ไม่ว่าจะสั่งมากี่เมนูก็อร่อยทุกจานค่ะ คงต้องแก้ข่าวซะแล้วว่าร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่ข้าวหน้าไก่แล้วล่ะค่ะ มาลองกันได้ ร้านเปิด 10.00-18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ค่ะ

Recommended Dishes
- ข้าวหน้าไก่
- บะหมี่หน้าไก่
- โกยซีหมี่
- ข้าวเหนียวหมูแดง
- ผัดซีอิ๊วเนื้อ

ที่ตั้ง : 562 ถ.หลวง ห้าแยกพลับพลาไชย ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

โทร : 0-2688-9254

เวลาเปิดบริการ : วันจันทร์หยุด เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ 10.00-18.00 น.

ราคาต่อท่านโดยประมาณ : ต่ำกว่า 100 บาทต่อคน

สัญชาติอาหาร : ไทย, จีน

ประเภทอาหาร : ก๋วยเตี๋ยว-บะหมี่, อาหารจานเดียว

รูปแบบการให้บริการ : ร้านอาหารทั่วไป

เหมาะสำหรับ : ครอบครัว
ที่จอดรถ : ริมถนน


เครดิต travel.sanook.com/

ใครชอบกินกวยจั๊บบ้างคะ แอดมินมีร้านมาแนะนำค่ะ ชื่อว่า “เซ้ง ก๋วยจั๊บสะท้านฟ้า” ที่ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ย่านเหม่งจ๋าย




กวยจั๊บของร้านนี้เป็นกวยจั๊บน้ำใสสไตล์แต้จิ๋ว ที่เป็นสูตรดั้งเดิมของตระกูล วัตถุดิบต่างๆ ก็เลือกเฉพาะของที่มีคุณภาพ อย่างเครื่องในหมูที่ใช้ก็สั่งตรงมาจากโรงเชือด โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ก่อนจะนำมาล้างให้สะอาดด้วยเกลือ ก่อนจะล้างด้วยน้ำสะอาดอีกหลายๆ รอบ โดยไม่ได้ใช้สารเคมีอื่นๆ เลย

  ร้าน “เซ้ง ก๋วยจั๊บสะท้านฟ้า” ตั้งอยู่ที่ 812 ถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. การเดินทางจากถนนพระราม 9 เลี้ยวเข้าสู่ถนนประดิษมนูธรรม ตรงมาเรื่อยๆ จนถึงแยกตัดกับถนนประชาอุทิศ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนประชาอุทิศ มุ่งหน้าแยกเหม่งจ๋าย ตรงมาเรื่อย สังเกตซ้ายมือ จะเห็นร้านตั้งอยู่ริมถนน (ก่อนถึงแยกเหม่งจ๋ายเล็กน้อย) ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ (200 ชามขึ้นไป) สามารถจอดรถได้ริมถนนหน้าร้าน ร้านเปิดวันอังคาร, พฤหัสบดี และวันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. โทร. 0-2691-2472, 08-1854-8243 FB : เซ้ง ก๋วยจั๊บสะท้านฟ้า


ปลาเค็มแซลมอน
- ปลาแซลมอน หั่นเป็นชิ้น
- เกลือ
- น้ำเปล่า
- น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำคะ
1. หั่นปลาเป็นชิ้น นำไปล้างน้ำพักให้สะเด็ด หรือเช็ดให้แห้ง
2. นำน้ำเปล่าผสมกับเกลือคนจนเกลือละลาย เกลือกะเอานะคะ อย่าเสียดายเกลือ
ฉันใช้เกลือ 2 ทัพพีคะ
3. นำปลาไปหมักกับน้ำเกลือ 1 ชั่วโมง ชอบเค็มมาก 2 ชั่วโมง จากนั้นนำไปผึ่งแดด
จนปลาแห้ง ผึ่งแดดเดียวก็พอคะประมาณ 5-6 ชั่วโมง ที่บ้านแดดแรง

สูตรนี้ไปเห็นมาจาก คุณ pui.lab
เพื่อนๆสามารถตามเข้าไปดูรูปเต็มๆ สวยๆ ของเจ้าของสูตรได้ที่
http://www.baanmaha.com/community/thread51244.html
ขอบคุณ คุณ Au Ariya‎ มากๆที่ส่งรูปแพนงเนื้อ น่าทานมากๆอันนี้เข้ามาทางเพจ อาหารหรรษา เราเห็นแล้ว โอนอยากทานมากๆ แต่ชอบทำเองเลยหาวิธีทำมาลงไว้ให้เพื่อนๆท่านอื่นๆด้วย

คุณ Au Ariya‎  ข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยพะแนงเนื้อ เอาอะไรมาแลกก้อไม่ยอมเลยค่ะ

 เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* เนื้อวัว 400 กรัม (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)

* น้ำพริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

* กะทิ 150 กรัม

* น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* ใบโหระพา 10 ใบ

* พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด (หั่นตามแนวขวาง)

* ใบมะกรูด 3 ใบ (ซอยละเอียด)

วิธีทำทีละขั้นตอน

1. นำเครื่องแกงไปผัดกับน้ำมันประมาณ 1 นาที จากนั้นจึงใส่กระทิลงไปและต้มต่อไปจนเดือด

2. ใส่เนื้อวัว แล้วจึงปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลา
 
3. เมื่อเนื้อสุกดีแล้ว จึงใส่ใบโหระพา, พริกและใบมะกรูด คนต่อไปอีกสักพัก ตักใส่ถ้วยและเสิรฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
แกงฮังเล
ถ้าหากได้เนื้อ 3 ชั้น ดีๆ แล้วไม่ติดมันมากก็จะทำให้เจริญอาหารได้มากทีเดียว เครื่องแกงฮังเลนั้นจะว่าไปแล้วก็หนีไม่พ้นเครื่องแกงสดเป็นส่วนมาก มีตะไคร้ ข่า พริกไทย มะขามเปียก หัวหอม กระเทียม ยี่หร่า กานพลู ฯลฯ พูดง่ายๆ คือ มีกลิ่นเครื่องเทศของเราดีๆ นี่เอง ถ้าใครไปทางเหนือ ไม่ได้กินแกงฮังเลแล้วจะรู้สึกว่าจะไปไม่ถึงทางเหนือเลย


ส่วนผสม
1. เนื้อสันคอหมู 300 กรัม
2. เนื้อหมูสามชั้น 200 กรัม
3. น้ำอ้อยป่น 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
5. ขิงซอย 1/2 ถ้วย
6. กระเทียม 1/2 ถ้วย
7. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
8. สับปะรด 2 ช้อนโต๊ะ
9. ผงฮังเล 2 ช้อนโต๊ะ
เครื่องแกง
1. พริกแห้ง 7 เม็ด
2. พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด
3. หอมแดง 3 หัว
4. กระเทียม 20 กลีบ
5. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
6. ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือ 1 ช้อนชา
8. กะปิหยาบ 1/2 ช้อนโต๊ะ


1. หั่นเนื้อหมูสันคอและหมูสามชั้นเป็นชิ้น ขนาด 1.5 x 1.5 นิ้ว
2. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
3. ผสมเครื่องแกง ผงฮังเล สับปะรด และเนื้อหมู คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
4. นำหมูที่หมักไว้มาตั้งไฟ ใส่น้ำเล็กน้อย ผัดจนกว่าหมูตึงตัว เคี่ยวต่อ คอยเติมน้ำเรื่อยๆ จนหมูนิ่มได้ที่
5. ใส่น้ำอ้อยป่น น้ำมะขามเปียก ใส่กระเทียม และขิงซอย คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อ
6. ใส่ถั่วลิสงคั่ว พอเดือดสักพัก ปิดไฟ
เคล็ดลับในการปรุง/เลือกส่วนผสม
เคล็ดลับในการปรุง
การคั่วเครื่องแกง ใช้ไฟปานกลาง ใช้เนื้อกระท้อนแทนมะขามเปียกได้ ให้รสชาติเปรี้ยว และมีกลิ่นหอม

เคล็ดลับในการเลือกส่วนผสม
หมูสามชั้น ควรเลือกที่มันไม่หนาเกินไป หรือเลือกใช้ซี่โครงหมูแทน ก็ได้

(เครดิตภาพ : kuky, ฉันชื่อเสือหมู, อาหารพื้นบ้านล้านนา)
เมนูหอยทอดซีฟู้ดรูปนี้ส่งมาจากคุณ แม่หมูตุ้ย เป็นเมนูที่น่าทานมากๆ ทางเพจ อาหารหรรษาเลยไปหาวิธีทำมาฝากเพื่อนๆจ้า

  เครื่องปรุง + ส่วนผสม

 
หอยทอด

* หอยแมลงภู่ 10 - 15 ตัว

* ไข่ไก่ 1 ฟอง

* แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ

* แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ

* กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำตาล 1/2 ช้อนชา

* ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

* ถั่วงอก 1/2 ถ้วยตวง

* พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

* ต้นหอมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมันพืช

* ผักชี (สำหรับแต่งอาหาร)

  เครื่องปรุงน้ำจิ้ม :

* ซ๊อสพริก 1/4 ถ้วยตวง, น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ,

   เกลือ 1/4 ช้อนชา, น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ,

   น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

     วิธีทำทีละขั้นตอน

1. ล้างหอยแมลงภู่ในน้ำสะอาด จากนั้นนำไปลวกในน้ำเดือดจนเกือบสุก จึงนำออกมาสะเด็ดน้ำ แกะเปลือกออกเตรียมไว้

2. ในชามขนาดกลาง, ผสมแป้งมัน, แป้งข้าวเจ้า, น้ำปูนใสและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน คนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายและเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

3. ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง จากนั้นเทน้ำแป้งลงในกระทะและใส่หอยแมลงภู่ลงไป อย่าคนหรือพยายามกลับหน้าจนกว่าจะเกือบสุก


 
4. ใส่ไข่ไก่ลงไปบนแป้งในกระทะ ทอดจนเหลืองกรอบจึงกลับหน้าไปทอดอีกข้าง เมื่อสุกทั่วแล้วจึงปิดไฟ และตักใส่จานเสริฟ

5. ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง ใส่กระเทียมและผัดจนหอม จากนั้นจึงใส่ถั่วงอก, ต้นหอม, ซิอิ๊วและน้ำตาลลงไป ผัดจนส่วนผสมเข้ากันและสุกทั่ว จึงตักใส่จานเสริฟ (ข้างหอยทอดที่จัดเตรียมไว้ก่อนแล้วในขั้นตอนที่ 4)

6. เหยาะพริกไทยลงไปนิดหน่อยและแต่งหน้าด้วยผักชี เสริฟทันทีขณะยังร้อนพร้อมน้ำจิ้มที่เตรียมไว้

   วิธีการทำน้ำจิ้ม : ผสมเครื่องปรุงน้ำจิ้มในหม้อเล็กๆ   และนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆจนเดือด    จากนั้นจึงตักใส่ถ้วยน้ำจิ้มเตรียมไว

(สำหรับ 2 ท่าน)

ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ร้านอาหารเกือบทุกประเภทจะอยู่รอดหรือไม่รอดนั้น นอกเหนือจากรสชาติอาหารอันโดดเด่น ต้องขึ้นอยู่กับการตกแต่งร้านที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของบ้านเมืองด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสกลับภูมิลำเนาเดิม และได้แวะเวียนไปเยือนเชียงใหม่อีกครั้ง ลองนึกภาพกันดูนะคะบรรยากาศที่แสนจะดี อากาศหนาวๆ เย็นๆ ถ้าได้กินคู่กับอาหารร้อนๆ แซ่บๆ รสชาติกลมกล่อม ต้องเมนูนี้เลย "ก๋วยเตี๋ยวหลุดโลก" เจ้าของร้าน คือ พี่ดิม หนุ่มที่หลงใหลในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวต้มยำตั้งแต่เด็ก ส่วนแฟนสาว คือ พี่กิ๊บ

ด้วยการรังสรรค์ท็อปปิ้งที่คัดแต่เด็ดๆ แล้วนำมาผสมผสานกินกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นสุดแสนจะอร่อย เช่น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหน้าหมูทงคัทซึ และก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล นอกเหนือจากเมนูเส้นๆ แล้วร้านนี้ยังรองรับลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารเหนือ อย่าง "แกงฮังเล" โดยทางร้านจะมีเมนูให้เลือก 2 เมนูฮังเล คือ ข้าวสวยร้อนๆ+แกงฮังเล กับ บะหมี่+แกงฮังเล รับประกันความอร่อย ชวนให้หลงใหลอาหารเหนือแต้ๆ เจ้า


แผนที่


ส่วนผสม
           
           สะโพกไก่ (ติดหนัง) 1 ชิ้น

           น้ำจิ้มไก่  4 ช้อนโต๊ะ

           ซอสถั่วเหลืองคิคโคแมน 1 ช้อนโต๊ะ

           น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

           ผงคนอร์ 1/2 ช้อนชา

           ข้าวสวย 1 ถ้วย

           ต้นหอมซอย

           ซูกินีสไลซ์

           หอมใหญ่หั่นเต๋า

           พริกหยวก

           ซอสสำหรับราดไก่ 1/2 ช้อนชา

 วิธีทำ
           
           1. ผสมน้ำจิ้มไก่ ซอสคิคโคแมน น้ำตาลทราย และผงคนอร์เข้าด้วยกัน จากนั้นนำไก่สะโพกลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
           
           2. นำไก่ไปย่าง หรือนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียสจนไก่สุก นำออกจากเตา จัดใส่จานที่มีข้าวสวยเตรียมไว้
           
           3. ผัดซูกินีกับหอมใหญ่ พริกหยวก และซอสสำหรับราดไก่เข้าด้วยกันพอผักสุก จัดใส่จาน เตรียมไว้

 ส่วนผสมซอสสำหรับราดไก่
           
           น้ำจิ้มไก่ 2 ช้อนโต๊ะ

           ซอสถั่วเหลืองคิคโคแมน 1 ช้อนโต๊ะ

           น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

           ผงคนอร์ 1/4 ช้อนชา

 วิธีทำ
           
          ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยจนส่วนผสมข้นเล็กน้อย จากนั้นตักราดลงบนไก่ย่างที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟ

          น่ากินไม่เบาเลยกับข้าวไก่ย่างหมักซอสคิคโคแมนจานนี้ เห็นแล้วก็หิวเลย ทำง่าย ๆ ราคาประหยัด แถมอร่อยแบบนี้ ใครสนใจก็รีบจดสูตรกันเลยจ้า
จากคุณ สุขเกษตร ร่มเย็น
ไม่ต้องบรรยายอะไรมากเจอแบบนี้ ต้องจัดหนัก

เย็นตาโฟต้มยำทะเลชามนี้ของคุณ สุขเกษตร ร่มเย็น มหึมาอลังการจริงๆ เครื่องเคราครบครัน หอยใหญ่หมึก ปลา เต็มชิ้นเต็มคำ เรียกได้ว่าทานแล้วไม่ห่างทะเลแน่ๆ

นอกจากนี้น้ำต้มยำยังดูเข้มข้น ซดแล้วคงจะเปรี้ยวจี๊ดเผ็ดสะใจ ชามแบบนี้เท่าไหร่ก็ยอมจ่าย คราวหลังบอกชื่อร้านอาหารมาด้วยนะครับ

แกงป่าไก่ พร้อมวิธีทำ ส่งมาฝากเพื่อนๆจากคุณ JaJa Joy จ้าาา

เครื่องปรุงแกงป่าไก่

ไก่สด

หน่อไม้ หั่นฝอย

น้ำมันหมู,น้ำมันพืช

พริกแกงเผ็ด

ใบมะกรูด

ใบกระเพรา

พริกชี้ฟ้าสด

กระชาย

น้ำตาลปีบ

น้ำปลา


วิธีเตรียม

1. ไก่ล้างน้ำสับเป็นชิ้นๆ ขนาดพองาม

2. หน่อไม้หั่นฝอย นำไปต้มให้หายขื่น แล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ

3. ใบมะกรูดล้างน้ำ เอาก้านออก แล้วฉีกเป็นชิ้นๆ ใบกระเพราล้างน้ำเด็ดเป็นใบๆ

4. พริกชี้ฟ้าสด ล้างน้ำเด็ดขั้วออก หั่นแฉลบบางๆ

5. กระชายล้างน้ำให้สะอาดหั่นฝอย

วิธีทำ

1. นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันพอร้อน ตักน้ำพริกลงผัดให้หอม ใส่ไก่ลงผัด คนให้เข้ากันพอสุก

2. ตักไก่ที่ผัดกับน้ำพริกใส่หม้อ เติมน้ำตามต้องการ พอเดือดปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล

3. หน่อไม้หั่นฝอย ใส่ลงในหม้อแกง ใส่กระชาย พริกชี้ฟ้าสด คนให้ทั่วพอเดือดยกลง ใส่ใบมะกรูด ใบกระเพรา คนให้เข้ากัน


ของที่ใช้แทนกันได้

1. ผัก

- ถ้าไม่มีหน่อไม้ ใช้ มะเขือยาว มะเขือเปราะ มะเขือเจ้าพระยา ถั่วฝักยาว

- ถ้าไม่มีใบกระเพรา ใช้ ใบโหระพา

- ถ้าไม่มีกระชายใช้ ขมิ้นขาว

2. เนื้อสัตว์ ถ้าไม่มี ไก่ ใช้ หมู เนื้อ ปลาดุก ปลากะพง ปลาไหล

หมายเหตุ

ถ้าเป็นแกงป่า เนื้อ หรือ หมู จะใส่กระชายหรือไม่ใส่ก็ได้
นำอาหารมาส่งค่ะ.. ผัดกระเพาปลาหมึก-ผัดเผ็ดหมูป่า-ปลานิลหนึ่งมะนาว-ข้าวผัดไข่-แกงส้มปลาดุกย่างดอกแคร์...
จากคุณ ชีวิตเหมือนดั่งฝัน ห่างไกล