หมูสามชั้นทอดกรอบๆ หอมด้วยน้ำปลา เอาข้าวสวยมา ข้าวเหนียวก็อร่อย เครื่องดื่มเย็นๆเป็นไงครับ..!!!

ส่วนผสม
_หมูสามชั้น 500 กรัม
_น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
_น้ำเย็นจัด 3 ช้อนโต๊ะ
_พริกไทยขาวป่น 1 ช้อนชา
_แป้งข้าวเจ้า 3 ช้อนโต๊ะ
_น้ำมันปาล์มสำหรับทอด



วิธีทำ
_นำหมูสามชั้นมาจิ้มด้วยมีดแกะสลักปลายแหลมให้ทั่วบริเวณ (ทั่วที่สุดเท่าที่จะทำได้ความอร่อยอยู่ตรงนี้ ยิ่งทั่วรสชาติยิ่งเข้าเนื้อไม่ต้องเสียเวลาหมักนาน)
_นำน้ำปลาและพริกไทยคลุกเคล้าหมู นวด 3 นาที
_ใส่แป้งและน้ำเย็นจัด เคล้าให้เข้ากัน
_นำลงทอดในน้ำมันร้อน จนสุกเหลืองน่ารับประทานที่สุด..!!!
_ หั่นชิ้นพอคำรับประทานกับข้าวสวย ส้มตำ หรือแกล้มน้ำจิ้มแจ่ว อร่อยทั้งนั้นครับ….~น้ำจิ้มแจ่ว~
_น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
_น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
_น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
_ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
_พริกป่น 2 ช้อนชา
_หอมแดงหั่น ซอย
_ผักชีฝรั่ง ซอย
_ต้นหอม ซอย#โหน่งอาหารไทยแท้แม่ให้มา
จากกรณีที่ชาว จ.นครราชสีมา ได้แชร์ข้อมูลในสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย ชักชวนกันไปใช้บริการที่ร้านอาหารตามสั่ง “ยาโภชนา” ซึ่งมีจุดขายที่สวนกระแสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โดยให้ข้าว อาหารปริมาณมากกว่าร้านปกติทั่วไปถึง 2 เท่า ขายในราคากันเอง และมีรสชาติอร่อยถูกปาก จนมีการกล่าวขานกันขณะนี้ว่า ได้ปริมาณมากที่สุดในประเทศ จึงได้เดินทางไปพิสูจน์ที่ร้านอาหารดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางแยกหมู่บ้านสุรนารีวิลล์ ริมถนนเลียบคลองส่งน้ำ หมู่ 3 ต.ตลาด อ.เมือง





ร้านอาหารสั่งนี้ ลักษณะร้านเป็นเพิงไม้มุงหลังคาสังกะสี ห้องครัวปลูกสร้างด้วยไม้อย่างเรียบง่าย ท่ามกลางลูกค้าจำนวนมากซึ่งมีหลากหลายอาชีพ เช่น บรรดาลูกจ้าง พนักงาน ข้าราชการทหาร ตำรวจ และนักเรียน นักศึกษา มานั่งรอรับประทานอาหารกันอย่างคึกคัก

นายปัญญา บริบูรณ์ เจ้าของร้านยาโภชนา เปิดเผยว่า ได้ประกอบการร้านอาหารแห่งนี้ มานานกว่า 9 ปี เปิดบริการลูกค้าทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 -15.00 น. โดยมีมารดา และน้องสาว ช่วยเป็นลูกมือเตรียมวัตถุดิบ และบริการเสิร์ฟอาหาร สำหรับเมนูอาหารที่ได้รับความนิยม คือ ผัดกะเพราหมูกรอบราดข้าว กะเพราหมู ไก่ เครื่องในไก่ หมูยอ ไส้กรอก และปลาหมึก ทุกเมนูจะใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และสดใหม่ทุกวัน ส่วนราคาสั่งธรรมดา จานละ 40 บาท พิเศษจานละ 50 บาท ต้มยำทะเล และต้มยำรวมมิตร ราคา 60 บาท เพิ่มไข่ดาว 5 บาท

นายปัญญา ได้กล่าวถึงเหตุผลที่ขายอาหารให้ปริมาณมากเช่นนี้ว่า ก่อนหน้านี้มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน และรับจ้างทั่วไป ด้วยความที่ตนมีนิสัยเป็นคนกินจุ ที่ผ่านมาได้ตระเวนกินตามร้านอาหารตามสั่งอื่นๆ ทั่วไป ส่วนใหญ่จะให้ปริมาณน้อยกินไม่อิ่ม ต้องสั่งเพิ่มอีกจาน แต่เมื่อตนได้มาประกอบอาชีพปรุงอาหารขายเอง ก็ได้ตั้งใจเพิ่มข้าว และอาหารให้ลูกค้าในปริมาณมากสามารถอิ่มเต็มที่ในจานเดียวไม่ต้องสั่งเพิ่ม มีความรู้สึกคุ้มค่า ทำให้กลายเป็นจุดเด่นจูงใจลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก


โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยงวันจะมากเป็นพิเศษ บางรายนั่งรอคิวนานกว่า 1 ชั่วโมง สำหรับตนได้พยายามใช้วิธีปรุงอาหาร 2 กระทะ พร้อมกันต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จนไม่มีเวลานั่งพัก ก็ยังไม่ทันบริการกับลูกค้า ทางร้านจึงต้องเขียนประกาศติดทำความเข้าใจลูกค้า หากรอไม่ไหวขอให้แจ้งยกเลิก

อย่างไรก็ตาม ตนได้กำไรจากการขายเฉลี่ยวันละ 500 -1,000 บาท ถือว่าไม่มาก กิจการสามารถอยู่รอดได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความภูมิใจในกิจการของตัวเอง และเป็นการช่วยเหลือประคับประคองประชาชนที่มีรายได้น้อย ได้กินอาหารอิ่มอย่างเต็มที่


ด้านนายพิทักษ์  ล้อมสุพล พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนคร นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเป็นลูกค้าประจำ ทราบดีว่าอาหารตามสั่งร้าน ยาโภชนา ให้อาหารปริมาณมาก และมีรสชาติอร่อยถูกปากคุ้มราคา จนมีลูกค้ามาใช้บริการแน่นร้านทุกวัน สำหรับตนจะมารอสั่งอาหารตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนไปทำงานเวลาประมาณ 07.30 น. หากมาสายกว่านี้คงต้องใช้เวลารอนานหลายนาทีจนถึงเป็นชั่วโมง และหวังว่าเจ้าของร้านจะมีแผนขยายร้าน เพื่อรองรับปริมาณลูกค้าได้อย่างทันความต้องการกว่านี้

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : ประชาชาติธุรกิจ
น้ำพริกกะปิ (สูตร 1)


เครื่องปรุง
กะปิห่อใส่ใบตองเผาไฟพอหอม 300 กรัม
กุ้งแห้งป่น 200 กรัม
กระเทียมสดแกะเปลือก 100 กรัม
พริกขี้หนูสวน 50-70 กรัม
มะเขือเปราะเอาเมล็ดออกซอยเป็นเสี้ยว ๆ 50 กรัม
มะอึกซอยละเอียด 50 กรัม
น้ำมะนาว 6-8 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2-4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 3-5 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง
นำกะปิโขลกกับกระเทียม พริกขี้หนู พอเริ่มละเอียดใส่กุ้งแห้งป่นโขลกต่อให้เข้ากัน
ใส่มะเขือเปราะ มะอึก ใช้สากค่อย ๆ โขลกเบา ๆ เคล้าให้เข้ากัน
ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปีบให้ทั้งสามรสคลอ ๆ กันไป หวานตามหลังนิดหน่อย
บางรายใส่ผิวมะนาวซอยละเอียดลงไปก็ได้กลิ่นหอมของผิวมะนาว
รสออกขมฝาดนิด ๆ แต่ก็กลมกลืนกับกะปิและรสชาติรวม ๆ ของน้ำพริก
บางรายใส่มะม่วงสับ มะขามอ่อนแล้วแต่ฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูมะนาวแพง
แต่เป็นช่วงที่มะม่วงออกสู่ตลาดจึงใช้ความเปรี้ยวของมะม่วงแทนได้
โดยซอยสับแบบมะละกอส้มตำ หากให้มีกลิ่นหอมใส่แมงดาลงไปก็ดี

น้ำพริกกะปิรับประทานกับปลาทูนึ่งทอด ปลาทอดอื่น ๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด
แนมด้วยผักสด ผักทอด ผักทอดชุบไข่ ผักต้ม น้ำพริกกะปิ
หากใครทำอร่อยจริงๆ ขายได้แน่นอน เพราะวิถีชีวิตไทยกับน้ำพริกกะปิขาดกันไม่ได้
น้ำพริกพื้นบ้านที่นิยมรับประทานมากที่สุด คนไทยทุกคนรู้จักมีการประยุกต์
เพื่อความเหมาะสมตามแต่วัตถุดิบที่มีในครัว ไม่ถือเป็นกฏตายตัว
เช่น บางรายใส่มะอึก มะเขือเปราะซอยหรือมะเขือพวงบุบพอกแตกช้ำ ๆ
ผิวมะนาวซอยละเอียดซึ่งแต่ละอย่างที่ใส่ไปให้รสชาติใกล้เคียงกัน

แหล่งที่มา : แม่บ้าน น้ำพริก โดย ทวีศักดิ์ เกษปทุม. นิตยสารแม่บ้าน

น้ำพริกกะปิ (สูตร 2)


เครื่องปรุง
กะปิเผาไฟพอหอม 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมปอกเปลือกแล้วซอยหยาบ ๆ 1 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูเด็ดก้าน 1 ช้อนชา
มะอึกสุกหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
ลูกกระสังข์ใส้ใน ซอย (ไม่ใส่ก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปีบ 2-3 ช้อนโต๊ะ
มะเขือพวงหรือมะเขือเปราะซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. โขลกกะปิกับกระเทียมให้ละเอียด ใส่กุ้งแห้งโขลกรวมกัน ใส่พริกขี้หนู มะอึก ระกำ มะเขือพวง
ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลาและน้ำมะนาว ชิมรสตามต้องการ

2. รับประทานกับผักต้มราดกะทิ เช่น ถั่วพู ถั่วฝักยาว หน่อไม้ ตำลึง ผักกระเฉด ฯลฯ
หรือผักสดต่าง ๆ เช่น แตงกวา มะเขือสด ผักบุ้ง กระถินหรือผักชุบไข่ทอด เช่น ชะอม มะเขือยาว

3. จัดแนมกับน้ำพริกคือ ปลาทูทอด ปลาช่อนทอด ปลาดุกย่าง

หมายเหตุ
ใช้มะม่วงดิบซอยแทนมะนาวหรือมะดันซอย หรือมะขามอ่อน ตามแต่ฤดูกาล

น้ำพริกกะปิกุ้งนา


เครื่องปรุง
พริกขี้หนูแห้ง 200 กรัม
หอมแดง 300 กรัม
กระเทียม 150 กรัม
กะปิใส่ใบตองเผาพอหอม 5 ช้อนโต๊ะ
มะขามเปียก 300 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
เกลือ 1-2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งนาต้มสุก 300 กรัม
น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง
- นำพริกขี้หนู หอมแดง กระเทียมแกะเปลือก ล้างแล้วนำไปคั่วน้ำมันพอเริ่มสุก นำขึ้นพักไว้
และนำมะขามมาละลายน้ำ
- นำกุ้งนาที่ต้มแล้ว ค่อย ๆ โขลกละเอียด
- นำพริกขี้หนูแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิ โขลกด้วยกันจนละเอียด แล้วนำไปผัดน้ำมันจนหอม
จึงใส่กุ้งนาที่โขลกไว้เข้าด้วยกัน ผัดต่อไปจนได้ที่ สังเกตดูจะเป็นเนื้อเดียวกับน้ำพริก
จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ เกลือตามใจชอบ
จะได้น้ำพริกกุ้งนา สามารถเก็บไว้ได้นานในตู้เย็น
รับประทานกับผักสดเช่น แตงกวา มะเขือเปราะ ถั่วพู กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว
และถ้าจะรับประทานกับผักต้มก็ได้

เป็นน้ำพริกกะปิทั่วไปแต่ใส่กุ้งนาก็คือกุ้งฝอย มีตามหนองน้ำใหญ่ ๆ กลางทุ่งท้องนา
โดยจะอยู่ชาย ๆ ตลิ่งนำมาโขลกแล้วเข้ากับเครื่องน้ำพริก
ให้รสชาติที่กลมกลืนเข้มข้นมากกว่าน้ำพริกกะปิธรรมดา

แหล่งที่มา : แม่บ้าน น้ำพริก โดย ทวีศักดิ์ เกษปทุม. นิตยสารแม่บ้าน

น้ำพริกกะปิดี


เครื่องปรุง
กะปิดี (ห่อใบตองเผา) 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 1 หัว
พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
น้ำมะนาว 1 ผล
น้ำปลาด 1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
มะเขือพวง 10 เม็ด
มะอึกขูดขน (หั่นละเอียด) 1 ลูก

วิธีปรุง
นำกะปิ กระเทียม พริกขี้หนูใส่ครก โขลกแตกไม่ต้องละเอียดนักก็ได้
ใส่มะอึก มะเขือพวงตามลงไป โขลกพอบุบให้แตกเล็กน้อย
เสร็จตักใส่ถ้วยปรุงรสด้วยน้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามต้องการ
รับประทานกับผักสดหรือข้าวสวยร้อน ๆ แถมปลาทูทอดตัวสวย ๆ สักตัวก็เข้ากันดีทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก banraithaifood