สูตรปลาทูต้มเค็มที่ก้างเปื่อย ตำรับวังสวนสุนันทาสูตรนี้ได้ต่อมาจาก ป้านิด อีกทีหนึ่ง..ปลาทูต้มเค็มที่ก้างเปื่อยนี้มีอยู่ในหนังสือชีวิตในวังอยู่แล้วเป็นตำรับของวังสวนสุนันทา แต่ในหนังสือไม่ได้บอกอะไรละเอียดมากนัก สูตรนี้เราต่อมาจากป้านิด บุตรสาวของคุณยายเนื่องมาอีกที่หนึ่ง มีเคล็ดลับมากมายกว่าในหนังสือฟังดูงายนะวิธีการทำอาหารแต่เวลาทำจริงๆแล้วไม่ง่ายเลย


สูตรอาหารโบราณปลาทูต้มเค็ม


1 ปลาทูสด ไม่มีใช้ปลารังก็ได้ จำนวนแล้วแต่สะดวก(หน้าหนาวนี้ปลาทูเนื้ออร่อยมาก)

2 มันหมูไม่มีใช้หมูสามชั้นติดมันเยอะ

3 น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลตะโหนด

4 มะขามเปียกใหม่ๆ 2 ปั้น

5 น้ำปลาอย่างดี ทิพรส คนแบกกุ้งดีที่สุด

6 ต้นอ้อยสักท่อนหรือ2ท่อนถ้าหาไม่ได้ใช้ชั้นอ้อยที่คนขายน้ำอ้อยคั้นเขาบีบน้ำอ้อยแล้วก็ได้ ใช้แก้ตัวปลาติดหม้อ

เครื่องปรุงพิเศษปลาทูต้มเค็ม

1 ต้นหอมซอย

2 หอมแดงซอย

3 พริกชี้ฟ้าซอย

4 มะเขือเทศสีดา

5 ขิงอ่อนซอย

6 น้ำอ้อย

7 น้ำส้มซ่า

วิธีทำ ปลาทูต้มเค็ม

- ขยำมะขามเปียกด้วยน้ำปลาและน้ำตาลใส่น้ำนิดหน่อย แล้วชิมให้รสเท่ากัน หวานเค็ม เปรี้ยว แล้วกรองเอากากออก

- ล้างท่อนอ้อยแล้วผ่าเป็ยซีกๆปูก้นหม้อกันปลาทูต้ดก้นหม้อ

- ปลาทูตัดหัวออกแล้วควักไส้ออกล้างให้สะอาด วางเรียงในหม้อกลับหัวหาวให้เท่ากัน ตอนเราต้มจะไม่มีการคน หรือขยับตัวปลา

- ลาดน้ำมะขามลงไปแล้วเติ่มน้ำให้ท่วมปลา หั่นมันหมูหรือหมูสามชั้นใส่ลงไป2 กำมือถ้าปลามาก 3-4กำมือ

- ปิดหม้อตั้งไฟตอน 10นาทีแรกใช้ไฟแรงต้มจนเดือดหลัง10นาทีไปแล้วลดไปลงให้เบาที่สุดต้มไป ทั้งวัน ถ้าน้ำแห้งเติมน้ำ

- ทำแบบนี้ 3วัน ก้างปลาจะเปื่อยเป็นแป้ง เนื้อปลาจะเเข็งทดสอบดูเลาะตัวปลาแล้วบี้ก้างดู ถ้าไม่ชอบเนื้อแข็งหรือใจร้อนข้เกียจรอ ต้ม 30นาที่ก็ทานได้แล้ว

- ที่น่าแปลกคือถ้าใช้เตาถ่านปลาจะก้างเปื่อยไวมากกว่าใช้เตาแก็ส คุณยายเนื่องบอกว่ามันหมูจะทำให้ก้างเปื่อยน้ำมะขามเปรี้ยวๆจะรัดให้เนื้อปลาแข็งแต่ที่ขายข้างถนนเขาใส่ดินประสิวสารเคมีก้างปลาจึงเปื่อยเร็ว

- เครื่องปรุงพิเศษ คือจะทานธรรมดาก็ได้ แต่เราตอนต้มปลาจะหั่นมะเขือเทศใส่ลงไปด้วยแต่กลิ่นและสีของปลาและวันที่3ของการต้มจะใส่น้ำอ้อยลงไปเพิ่มความหอมให้ปลาทูตอนทานจะซอยขิงอ่อน หอมแดง ต้นหอม พริกแดงใส่ลงไป บีบน้ำส้มซ่าใส่ลงไป ขอบอกว่าหอมและอร่อยมาก

ข้อมูลจาก : Kaijeaw.com
อยากบอกว่าราดหน้าอาหารยอดฮิตของใครหลายคน ก็ด้วยรสชาติที่ถูกปากถูกใจกับน้ำราดหน้าร้อนๆที่ราดลงบนเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่ม โรยหน้าด้วยหมูชิ้นใหญ่นุ่มละมุนลิ้น แล้วใครจะอดใจไหว ในวันนี้เราจึงมานำเสนอสูตรราดหน้ารสเด็ด ทำกินได้ ทำขายรวย มีวิธีการทำอย่างไรนั้นต้องตามมาดู

สิ่งที่ต้องเตรียม ทำราดหน้า

• หมูสันในหั่นชิ้นพอดีคำประมาณ 2 ขีเ (สามาถเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์ชนิดอื่นได้)
• ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ประมาณ 3 ขีด
• คะน้าหั่นพอดีคำประมาณ 2 – 3 ต้น
• เต้าเจี้ยวดำสับละเอียดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมสับละเอียดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันพืชประมาณ 1/4 ถ้วย
• แป้งข้าวโพดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
• พริกไทยป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทรายป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำซุป
• พริกชี้ฟ้าหั่นแว่น


วิธีการทำราดหน้ารสเด็ด

1. นำซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทรายผสมให้เข้ากัน

2. นำหมูหรือเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ใส่ลงไปหมัก แล้วเติมพริกไทยป่นเล็กน้อย

3. ทำการนวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เพื่อที่น้ำหมักจะได้ซึมซับเข้าไปในเนื้อหมูให้ได้มากที่สุด

4. นำเส้นก๋วยเตี๋ยวมาคลี่ออกจากกัน เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน

5. จากนั้นหั่นผักคะน้าเป็นท่อน ท่อนละประมาณ 1-1/2 นิ้ว โดยหั่นแบบโคนเฉียง

6. ตั้งกระทะ โดยใช้ความร้อนปานกลาง เติมน้ำมันพืชลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยการนำเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไปผัดกับซีอิ๊วดำ ให้ทำการผัดจนเส้นสุกและเข้ากับซีอิ๊ว ตักพักไว้

7. ทำการตั้งกระทะใหม่โดยใช้ไฟปานกลาง แล้วเติมเต้าเจี้ยวสับผสมกับกระเทียมที่เตรียมไว้ลงไปผัดจนหอม

8. จากนั้นใส่ผักคะน้าและเนื้อหมูลงไป (เทคนิคความอร่อย: ผัดพอเนื้อสุกเท่านั้นอย่าผัดให้สุกจนเกินไป)

9. ทำการเทน้ำซุปลงไปประมาณ 2 ถ้วย เมื่อน้ำซุปเริ่มร้อนให้ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา แล้วรอจนน้ำซุปเดือด

10. เมื่อน้ำซุปเริ่มเดือดได้ที่ ให้ทำการเติมแป้งข้าวโพด ระหว่างการเติมต้องคอยคนน้ำซุปอยู่ตลอดเวลา

11. ให้สังเกตว่าข้นเหนียวดีแล้วหรือไม่ ถ้าดีแล้วให้นำไปราดบนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เตรียมไว้ เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ

เทคนิคความอร่อย:
• ในระหว่างเติมแป้งข้าวโพด อาจเกิดการเหนียวข้นมากจนเกินไปของน้ำซุป
•ฉะนั้นแนะนำให้คนแป้งกับน้ำจนละลายเสียก่อนค่อยเทลงไปผสมในกระทะอีกที ซึ่งจะช่วยไม่ให้น้ำซุปเกิดความข้นเหนียวมากจนเกินไป

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงสูตรราดหน้ารสเด็ด ทำกินได้ ทำขายรวยกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ยากมากใช่ไหมละกับวิธีการทำราดหน้า ฉะนั้นอย่ารอช้าจัดเตรียมวัตถุดิบ แล้วทำตามวิธีการด้านบนกันได้เลย
เชื่อได้เลยว่าหลายคนต้องเคยทานหมูทอดเชียงฮาย (หมูทอดเชียงราย)ที่ขายอยู่ตามแหล่งชุมชน ป้ายรถเมล์ มาทานเป็นอาการเช้ากัน วันนี้เรามาดูกันว่าวิธีทำนั้นทำอย่างไร มีขึ้นตอนไหนบ้าง คุณ icesilamanee ได้มาบอกสูตรกันแล้วเดียวเราไปชมกันเลยคะ


สวัสดีคะ วันนี้เรามาทำ หมูทอดเจียงฮาย หมูทอดที่มีในกรุงเทพเเต่ไม่มีที่เชียงรายอาหารหลักของ ชาวออฟฟิส ทานกันเบบจุใจกันดีกว่าคะสูตรนี้เราทำเองนะคะอาจจะไม่เป๊ะ
เพราะส่วนใหญ่ที่ทำขายจะเป็นมันหมูเเข็งผสมกับสันนอก เราชอบทานเลยลองๆทำดูนะคะ เเต่วันนี้เราลองมาทำกินเองกันเตอะ ^^
วัตถุดิบหมูทอดเชียงฮาย
1. หมูสามชั้นลอกหนัง 1/2 กิโลกรัม หรือ มันเเข็งผสมสันนอก 1ต่อ 1 ถ้าชอบมัน
2. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
3. พริกไทย 1 ช้อนชา
4. เกลือ 1 ช้อนชา
5. เเป้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
6.ผงปรุงรสนิดหน่อย

วิธีทำหมูทอดเชียงฮาย

1. หั่นเนื้อหมูเป็นเส้นประมาฯความหนาหมู 3 มิลลิเมตร
2. นำมาหมักเครื่องปรุง ซีอี๊วขาว เกลือ พริกไทย น้ำตาล ผงปรุงรสนิดหน่อย
3.จากนั้นตามด้วยเเป้งทอดกรอบ เติมน้ำเย็นเล็กน้อย ให้เเป้งข้นๆติดเนื้อหมู จากนั้นเขย่าให้เข้ากัน นำไปเเช่ตู้เย็นอีก 1 ชม.
4. ตั้งน้ำมันให้ร้อน โดยใช้ไฟปานกลาง น้ำเนื้อหมูลงทอด ใช้ตะหลิว คนๆ เรื่อยๆเพื่อไม่ให้ติดกะทะ เเละไม่ให้เนื้อหมูติดกัน
5. ทอดจนเหลืองสุก ตักขึ้นพักบนตะเเกรงเพื่อให้สะเด็ดน้ำมัน เเละทำให้หมูกรอบ
6. ตักใส่จานทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ทานกับส้มตำหรือน้ำพริกอร่อยฟินเฟอร์จ้า

หวังว่าเมนูนี้คงถูกใจกันนะคะ
จุดเด่นของหมูเจียงฮายนั้นคือมันหมูที่ทอดแล้วจะกรุบ ๆ มัน ๆ แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบทานมันหมูทอดเพราะฉะนั้นสูตรนี้เลยไม่มีมันหมูนะจ๊ะ ถ้าใครชอบทานก็เพิ่มส่วนของมันหมูเข้าไปได้เลย
ขอบคุณสูตรและภาพประกอบจากคุณ icesilamanee
วันนี้เราสรรหาเคล็ดลับเด็ด ๆ สูตรลับต่าง ๆ มานำเสนอให้กับทุกท่านเหมือนเช่นเคย ซึ่งวันนี้ขอนำเสนอสูตรเด็ดเคล็ดลับในการย่างไก่มาฝากเพื่อน ๆ กันครับ
สามารถนำเอาไปลองปฏิบัติกันดูนะครับ จะทำกินเองภายในครอบครัว หรือจะทำเป็นอาชีพเสริม เพื่อหารายได้อีกทางหนึ่งก็ได้เช่นกัน ตามแต่สะดวกของแต่ละท่านกันเลย มาเริ่มกันเลยครับ

สูตรหมักไก่ย่างวิเชียรบุรี


  • ไก่ 1 ตัวขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม/
  • ตะไคร้ 3 ต้น
  • กระเทียมไทย 20 กลีบ
  • รากผักชี 7 ราก
  • พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบเตย 2 ใบ
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ้วขาว 1-1/2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 4 หัว
  • นมสด 1/4 ถ้วย
  • เกลือ 1 ช้อนชา

น้ำจิ้มไก่ย่างวิเชียรบุรี สูตรที่ 1


  • น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียกต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปิ๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย
  • ผักชีฝรั่ง

วิธีปรุง

นำน้ำมะนาว น้ำตาลปิ๊บ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา มาผสมจนเข้ากันดีแล้วชิมรสให้ได้รส เปรี้ยว หวาน เค็ม จากนั้นใส่ข้าวคั่ว พริกป่น คนให้เข้ากันแล้วโรยด้วยต้นหอมซอยผักชีฝรั่ง

น้ำจิ้มไก่ย่างวิเชียรบุรี สูตรที่ 2


  • กระเทียม 5 กลีบ
  • พริกชี้ฟ้าแดง 3 เม็ด
  • น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยต้วง
  • กระเทียมดอง 2 หัว
  • เกลือ 1-2 ช้อนชา

วิธีปรุง

นำเครื่องทั้งหมดมาตำให้ละเอียด แล้วนำไปตั้งไฟให้น้ำตาลละลายเป็นใช้ได้

เมื่อได้จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์กันแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือทำครับ

เริ่มต้นเลยให้เอาเนื้อไก่ที่คัดสรรมาอย่างดีแล้ว ออกมาล้างทำความสะอาดให้หมดจด ผ่าไก่ตลอดตัว แล้วผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
หลังจากนั้นนำรากผักชี ตะไคร้ ใบเตย หอมแดง มาหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อที่จะได้ง่ายในการนำมาปั่น และเครื่องปั่นของเราจะได้ไม่ทำงานหนักมากเกินไป เสร็จแล้วก็นำส่วนผสมทุกอย่างลงเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด
จากนั้นนำส่วนผสมที่ปั่นเสร็จเรียบร้อยแล้วมาหมักไก่ แนะนำหมักไว้ 1 คืนเต็มๆ เลย เพราะว่าต้องการให้เครื่องเทศซึมเข้าไปในเนื้อไก่ให้มากที่สุด

เมื่อหมักไก่ได้ที่แล้ว ก็นำไก่มาย่างด้วยไฟอ่อนๆ ระหว่างย่างจะต้องทาหนังไก่ด้วยน้ำมันเพื่อให้หนังไก่มีสีสรรสวยงามน่ารับประทาน หรือท่านใดไม่มีสถานที่ที่จะก่อไฟย่างก็สามารถใช้วิธีการอบด้วยเตาอบแทนก็ได้เช่นกัน โดยใช้อุณหภูมิ 180 องศาในการอบ เริ่มจากการอบด้านในก่อนประมาณ 30 นาที จากนั้นกลับด้านเป็นด้านหนังอีกประมาณ 30-45 นาที

สามารถนำฟอร์ยมาปิดเอาไว้ก่อนได้ในระหว่างที่อบ หนังไก่จะได้ไม่ไหม้มากไป ก่อนที่เนื้อจะสุก ระหว่างที่เราอบให้พยายาม หมุนตัวไก่ไปเรื่อยๆ เพื่อให้ความร้อนถูกตัวไก่อย่างสม่ำเสมอด้วย พอย่างหรืออบเสร็จแล้วก็เอามาหั่นเป็นชิ้น ๆ เสริฟคู่น้ำจิ้มที่ได้แนะนำไว้ตามข้างต้นได้ตามใจชอบเลยครับ
ขอบคุณแหล่งที่มา: 108keajononline
สับปะรดเป็นหนึ่งในผลไม้เมืองร้อนที่ดีที่สุดและมีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายของคนเรา โดยบทความนี้เราจะให้เหตุผลว่าทำไมเราจึงควรรับประทานสับปะรดทุกวัน



● ช่วยในการย่อยอาหาร

สับปะรดมีเอ็นไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารเนื่องจากคุณสมบัติการย่อยสลายของมัน



● ต่อสู้กับโรคมะเร็ง

สับปะรดมีวิตามินซีซึ่งเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแรงที่สุดและสามารถป้องกันการสร้างเซลล์มะเร็งที่เรียกว่า “อนุมูลอิสระ” การศึกษาชี้ว่าสับปะรดยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และต่อมลูกหมากได้อีกด้วย



● เพิ่มภาวะเจริญพันธุ์

เมื่อรับประทานสับปะรดร่างกายของคนเราก็จะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยเพิ่มภาวะเจริญพันธุ์



● ลดความเหนื่อยล้า

คุณควรรับประทานสับปะรดทุกวันเนื่องจากมันมีแมงกานีสซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพและสำคัญต่อการเสริมสร้างพลังงาน



● ผิวพรรณผ่องใส

สับปะรดจะช่วยลดรอยแดงและการอักเสบแถมยังช่วยเพิ่มคอลลาเจนในร่างกายทำให้ผิวของเรามีความยืดหยุ่นและเรียบเนียนขึ้น



● อุดมด้วยวิตามินซี

สับปะรดวันละ 1 ถ้วยจะทำให้เราได้รับวิตามินซีมากถึงร้อยละ 131 ดังนั้นคุณควรรับประทานสับปะรดทุกเช้าก่อนไปโรงเรียนหรือทำงาน นอกจากนี้สับปะรดยังให้ธาตุเหล็กและแคลเซียมร้อยละ 2 ตามที่เราต้องการอีกด้วย



● ดูแลหนังศีรษะ

สับปะรดเป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้านตามธรรมชาติที่จะทำให้เส้นผมของคุณนุ่มสลวยและหนาขึ้น ดังนั้นคุณควรผสมน้ำสับปะรดคั้นสดกับน้ำมันมะกอกและนมอัลมอนด์ จากนั้นนำมาชะโลมเส้นผมทิ้งไว้ 10 นาทีและล้างออก ทำแบบนี้อย่างน้อย 2-3 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน



● เพิ่มภูมิคุ้มกัน

สารต้านอนุมูลอิสระในสับปะรดสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้อย่างดีเยี่ยม



หากอ่านแล้วมีประโยชน์ อย่าลืมกดแชร์เพื่อบอกต่อคนอื่นๆกันด้วยนะ
ทีมา:ax.chicvariety.com
ต้มส้มปลาหัวอ่อน...เป็นเมนูของที่บ้าน(ปักษ์ใต้)หอมๆสมุนไพรซดน้ำคล่องคอมากกกก
ส่วนผสม
********
1.ปลาหัวอ่อน หรือปลาทู ก็ได้
2.ข่าบุบ/ตะไคร้บุบ/ขมิ้นบุบ/ใบมะกรูดฉีก/หอมแดงบุบ
3.พริก/ต้นหอมหั่นท่อน
4.เกลือ/น้ำส้มสายชู/น้ำตาล
วิธีทำ
*****
1ต้มน้ำให้เดือด ใส่ข่าบุบ/ตะไคร้บุบ/ขมิ้นบุบ/ใบมะกรูดฉีก/หอมแดงบุบ ลงไป ต้มให้หอม
2.ปรุงรสด้วยเกลือ/น้ำส้มสายชู/น้ำตาล ชิมรสตามชอบปล่อยให้เดือดอีกครั้ง
3.ใส่ปลาและพริกลงไปตอนน้ำเดือดๆ (ห้ามคน)รอจนปลาสุกปิดไฟ
4.ตักใส่ชามโรยหน้าด้วยต้นหอม เสริฟร้อนๆ..โหอร่อยเลยจ้าาาา

โดยคุณ Kwansri Rattanaphithan‎

ที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง ถ.ราชดำเนิน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ประชาชนจำนวนมากนิยมไปรับประทานอาหารร้านข้าวแกง “เย่สิบ” หรือ 20 บาท กันอย่างเนืองแน่น ไม่ว่าจะเป็นเมนู ข้าวมันไก่ ข้าวหมูทอด ข้าวมันไก่ทอด กวยจั๊บ หมี่ไก่ตุ๋น หรือแม้กระทั่งอาหารตามสั่ง ทุกเมนู 20 บาท อีกทั้งยังบริการน้ำแข็งฟรีอีกด้วยทั้งนี้จากการสอบถามทราบว่า เจ้าของร้าน คือ นายมนเทียร นุ้ยภิรมณ์ อายุ 50 ปี และภรรยา อาศัยอยู่ที่ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง




นายมนเฑียร บอกว่า จากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยและจังหวัดตรังตกต่ำ อันเนื่องมาจากราคาพืชผลการเกษตร คือ ยางพาราและปาล์มน้ำมันราคาตกต่ำมาหลายปีติดต่อกัน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้น้อย โดยที่ร้านอาหารจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดตรัง มีการปรับกลยุทธ์ ในการทำการค้า และธุรกิจ ตนและภรรยาจึงมีความคิดว่า น่าจะเปิดร้านขายอาหารในราคาถูกเพื่อรองรับผู้ที่มีรายได้น้อย จึงตัดสินใจมาเปิดร้านอาหารภายใต้ชื่อร้าน “เย่สิบ หรือ ยี่สิบบาท” ในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
“ สำหรับเมนูอาหาร เป็น ขายข้าวราดแกง 2 อย่าง 20บาท และยังมีข้าวมันไก่ ข้าวหมูทอด ข้าวมันไก่ทอด กวยจั๊บ หมี่ไก่ตุ๋น ก็ขายในราคา 20 บาทเช่นกัน และอาหารตามสั่ง น้ำแข็งฟรี โดยแต่ละวัน มีประชาชน หลากหลายสาขาอาชีพได้ มาอุดหนุนร้านข้าวแกงดังกล่าวไม่ขาดสาย ซึ่งกับข้าวที่นำมาขายวันละ 20 อย่าง หมุนไปแต่ละวันไม่ซ้ำกัน โดยอาหารที่ทำมาขายนั้นขายหมดในทุกๆ วันเพราะลูกค้ามาอุดหนุนกันมาก ทั้งที่มารับประทานที่ร้านและซื้อแกงกลับไปกินที่บ้าน เริ่มขายตั้งแต่เช้าจนเย็นหรือกับข้าวหมด

นายมนเฑียร กล่าวอีกว่า ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คนมีรายได้น้อย ก็อยากจะขายข้าวแกงราคาประหยัดหรือราคาถูก ราคามิตรภาพ แต่คนขายก็อยู่ได้ด้วย จึงขายข้าวแกงจานละ 20 บาทราดแกง 2 อย่าง ในแต่ละวันจะมีกับข้าว 20 อย่าง หมุนในแต่ละวันเมนูอาหารไม่ซ้ำกัน เพื่อให้ลูกค้าไม่เบื่อ ยังมีรายการอาหารตามสั่งหรือ อาหารชนิดอื่น ๆ อีก เปิดร้านข้าวแกงชื่อ”เย่สิบ” หรือ “ยี่สิบ” 20 บาทมาเป็นเวลา 2 ปีแล้วลูกค้าอุดหนุนขายหมดทุกวันสำหรับราคาข้าวแกงทั่วไปที่ขายในเขตเทศบาลนครตรัง จะอยู่ที่ จานละ 30-40 บาทราดกับข้าว 2 อย่าง บ้างร้านก็จะขายแพงกว่านั้น หากซื้อแกงถุง ถุงละ 30-50 บาท
ไก่ที่เหลือครึ่งตัวจากการแบ่งไว้ก็นำมาทำ"ไก่แช่เหล้า" ทำได้ไม่ยากนะคับ ง่ายๆและอร่อยด้วยมันเป็นเมนูอาหารเหลาคับ
สิ่งที่ต้องเตรียม
ไก่ 1/2 ตัว/ ขิง /เกลือ /กระเทียมทุบหยาบๆ/ ซีอิ้วขาว/ น้ำเปล่า /นำ้มันงา /เหล้าเชาซิง (เหล้าจีน) /อบเชย /โป๊ยกั๊ก /เกลือป่น /น้ำตาลทราย
วิธีการทำ
ขั้นตอนการทำไก่
ต้มน้ำท่วมไก่ใส่ขิง+เกลือ+กระเทียมทุบหยาบๆ ต้มน้ำใส่อบเชย+โป๊ยกั๊ก+น้ำตาลจนเดือด และมีกลิ่นหอมใส่ซีอิ้วขาว ต้มนำ้ให้เดือด หลังจากนำ้เดือดแล้วใส่เนื้อไก่ลงไป แล้วหรี่ไฟลง อย่าให้น้ำเดือดจัด เพราะจะทำให้เนื้อไก่เปื่อย หลังจากไก่สุกพอนิ่มๆแล้วสุก ยกไก่ขึ้นจากหม้อต้ม นำออกมาพักและ แล่เอากระดูกออก..สับเนื้อไก่และจัดเรียงใส่จานให้สวยงาม ราดน้ำมันงาให้ทั่วเนื้อไก่ จากนั้นเตรียม เหล้าเชาซิง(เหล้าจีน) ราดลงไปที่ไก่ให้ทั่วๆ และปิดฝาหรือปิดพลาสติกใส (Wrap).. ถ้ารีบให้นำเข้าแช่ในช่องฟรีซของตู้เย็น กำหนดระยะเวลาให้เนื้อไก่เย็น แต่ไม่ให้แข็ง แต่ถ้าไม่รีบใส่ไก่ลงแช่ ปิดฝาหรือปิดพลาสติกใส (Wrap) แช่ตู้เย็นไว้ข้ามคืน ในช่องธรรมดา..เตรียมเหล้าเชาซิง+น้ำมันงา+พริกไทยป่น+ซีอิ้วขาว ..นำมาผสมกันในถ้วยเสร็จแล้วนำไปราดบนเนื้อไก่ โรยหน้าด้วยผักชี กินคู่กับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว
วิธีการทำน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว
เต้าเจี้ยว /รากผักชี /กระเทียมจีน /พริกขี้หนูสวน/ น้ำตาลทราย /ขิงซอย
สับรวมกัน จากนั้นนำมาผสมกับ น้ำมะนาว/ ซีอิ้วขาว/ ซีอิ้วดำนิดหน่อยเพื่อแต่งสีคนให้เข้ากัน จะออก เปรี้ยว เค็ม เผ็ด
Tip: ไก่แช่เหล้าควรกินตอนไก่เย็นๆ แต่ไม่เย็นจัด ถึงจะอร่อยคับ

จากคุณ Pakin ChefPete