“ปลากะพงหนังกรอบลุยสวน” รสชาติจัดจ้าน อัดเครื่องสมุนไพรแน่นๆ








ส่วนผสม

1. เนื้อปลากระพง

2. ขิง+หอมแดง+มะนาวหั่นเต๋า

3. ตะไคร้+พริกซอย

4. น้ำมะนาว/น้ำปลา/น้ำตาลปี๊บ

5. สาระแหน่/ถั่วคั่ว

6. เกลือ/น้ำมัน



 วิธีทำ

1. โรยเกลือให้ทั่วชิ้นปลา

2. นำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนเอาด้านหนังลงก่อน ทอดจนหนังปลากรอบและกลับด้านจนปลาสุกกำลังดี พักไว้

3. ผสมน้ำมะนาว/น้ำปลา/น้ำตาลปี๊บให้เข้ากัน ใส่ขิงหอมแดง มะนาว ตะไคร้ พริก ถั่วคั่ว คนให้เข้ากัน ตักราดลงบนเนื้อปลา โรยใบสาระแหน่ เสริฟเลยจ้า





ที่มา : maekwansri


 




ปีกไก่ทอดเกลือ


ส่วนผสม

ปีกกลางไก่ 1/2 กิโลกรัม
แป้งทอดกรอบ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1+1/4 ช้อนชา
พริกไทยนิดหน่อย
น้ำพริกแกงเผ็ดนิดหน่อย(ใส่เพื่อให้สี ไม่มีก็ได้แต่สีจะอ่อนหน่อย)
น้ำมันพืช(สำหรับทอด)


ขั้นตอนการทำ

1.นำปีกไก่มาล้างน้ำทำความสะอาด จากนั้นพักให้สะเด็ดน้ำ

2.ผสมแป้งทอดกรอบ น้ำเปล่า เกลือ พริกไทย พริกแกงเผ็ดลงในชาม คนให้เข้ากัน แป้งควรจะออกเหลวๆ ไม่ข้นมาก พอเคลือบปีกไก่บางๆ ค่ะ

3.นำปีกไก่ลงคลุกกับแป้งที่ผสมไว้เมื่อครู่ หมักประมาณ 1-2 ชั่วโมง

4.ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช(ใส่เยอะหน่อย เวลาทอดจะได้ท่วมๆ ไก่ค่ะ) รอน้ำมันร้อนจัด ปรับลงใช้ไฟกลาง แล้วใส่ไก่ลงทอดค่ะ

5.อย่าพึ่งรีบกลับไก่ก่อนนะคะ รอซักพักให้หนังไก่เริ่มแข็งก่อน จึงค่อยเขี่ยจัดระเบียบไก่ในกระทะ เมื่อสีสวยได้ที่แล้วลองตักขึ้นมาลองชิมซักชิ้นก่อนว่าสุกได้ที่หรือยัง ถ้าได้แล้วก็ตักพักไว้ในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมกินกับข้าวสวยร้อนๆ ได้เลยค่ะ
แจกสูตรเด็ดทำ "ไส้อั่ว" แบบง่ายๆ ทำขายก็ได้ ทำกินเองก็อร่อย!


ไส้อั่ว เป็นอาหารภาคเหนือชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันดี ซึ่งเป็นการถนอมอาหารที่ทำไว้ทานได้นานยิ่งขึ้น โดยมีรสชาติอร่อย ทำให้หลายๆคนชอบทาน
วันนี้เราจึงจะมาบอกสูตรการทำไส้อั่วให้ได้ทราบกัน จะทำไว้ทานเองก็ได้ หรือจะทำขายก็ดี มาดูกันได้เลย ว่ามีอะไรบ้าง



สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับทำเครื่องแกง
– พริกแห้ง 100 กรัม
– ข่าหั่น 25 กรัม
– ขมิ้นหั่น 25 กรัม
–  ตะไคร้ซอย 50 กรัม
–  หอมแดง 50 กรัม
–  กระเทียม 25 กรัม
–  รากผักชี 25 กรัม
–  กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ
–  เกลือ 2 ช้อน



ส่วนผสม
– เนื้อหมูติดมันบด 1 กิโลกรัม
– ไส้หมูเทียม พอประมาณ
– ใบมะกรูดซอย 50 กรัม
– ผักชีซอย 100 กรัม
– ต้นหอมซอย 100 กรัม
– ผงปรุงรส
– น้ำตาล ตัดรสนิดหน่อย
– พริกแกงไส้อั่ว




ขั้นตอนการทำ
1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
2. เนื้อหมูติดมันบดละเอียด
3. นำเครื่องปรุงที่กล่าวมาทั้งหมด มาหั่นฝอยแล้วนำไปโขลกรวมกันให้ละเอียด
4. หลังจากนั้นให้นำไปคลุกเคล้ากับหมูให้ทั่วแล้วลองแบ่งตักไปคั่วให้สุกชิมดู ถ้ารสชาติอ่อนให้เติมเครื่องปรุงลงไปให้มีรสชาาติที่พอดี หมักพักทิ้งไว้
5. ล้างไส้ให้สะอาด แล้วนำมาตัดให้ยาวประมาณ 30 เซ็นติเมตรหรือยาวกว่านั้นก็ได้
6. นำหมูที่หมักแล้วยัดลงไปในใส้โดยใช้กรวยสามเหลี่ยมหรือถ้าไม่มีให้ตัดปากขวด หรือใช้เครื่องยัดไส้หมูอัตโนมัติ ทำจนหมดหมูที่หมักไว้ก็จะได้ไส้อั่วเป็นขด ๆ
7. นำไส้อั่วที่ได้ไปนึ่งในลังถึง ประมาณ 15 นาที โดยขณะนึ่งใช้ไม้จิ้มฟัน แทงไส้ให้มีการระบายน้ำในไส้อั่วออกมา เพื่อกันไม่ให้ไส้แตก
8. หลังจากนั้นก็นำมาทาสีผสมอาหารเล็กน้อย โดยใช้สีผสมอาหารสีแสด ผสมกับน้ำแล้วนำไส้อั่วลงจุ่มแล้วนำขึ้นพักไว้ ที่ทำอย่างนี้เพื่อให้ไส้อั่วมีสีที่น่ารับประทาน
9. นำไปย่างเตาถ่านหรือ อบในเตาอบที่ใช้อบสำหรับไส้อั่ว ถ้าย่างเตาถ่านให้ใช้เปลือกมะพร้าวแห้งผสมลงไปด้วย ย่างไฟอ่อน ก็จะทำให้ไส้อั่วมีสีสวยและกลิ่นหอม อย่าใช้ไฟแรงจะทำให้ไส้อั่วไหม้



เคล็ดลับน่ารู้
ใช้เตาถ่านย่างจะทำให้ไส้อั่วมีรสชาติอร่อยกว่าการอบเพราะอบจะทำให้ไส้อั่วแห้งเกินไปคะ

เพียงเท่านี้ก็จะได้ไส้อั่วรสเลิศที่ทำทานเองก็ได้ ทำขายก็ดี สามารถสร้างเป็นอาชีพเสริมสำหรับผู้ที่ทำงานประจำและอยากหาลู่ทางสร้างรายได้จากงานที่ทำอยู่ ช่องทางนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าจนใจ ใครอยากทำการค้าขายก็ควรเก็บเอาไปพิจารณาได้นะคะ


”สะเดาน้ำปลาหวาน”


ส่วนผสม สะเดาน้ำปลาหวาน
• สะเดา (ล้างให้สะอาด)
• น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วย
• น้ำตาลปี๊บ 3/4 ถ้วย
• น้ำปลา 1/4 ถ้วย
• หอมแดงซอย 1/2 ถ้วย
• หอมแดงเจียว (สำหรับโรยหน้า)
• พริกขี้หนูแห้งทอด (สำหรับโรยหน้า)
• ปลาดุกย่าง หรือปลาย่าง (ตามชอบ)


วิธีลวกสะเดา
วิธีที่ 1 ต้มน้ำด้วยไฟแรงจนน้ำเดือดพล่าน ใส่สะเดาลงต้ม (กดให้จมน้ำ) ประมาณ 3 นาที แล้วรีบตักขึ้นใส่ลงแช่ในน้ำเย็นจัด (น้ำใส่น้ำแข็ง) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้

วิธีที่ 2 เทน้ำเดือด ๆ ลงในอ่างที่ใส่สะเดาไว้ แล้วแช่ทิ้งไว้สักครู่ เทน้ำทิ้ง สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้


วิธีทำน้ำปลาหวาน

1. ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลาลงในหม้อหรือกระทะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนข้นและเหนียว ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้พออุ่น
2. ใส่หอมแดงซอยลงไปคนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย โรยหอมแดงเจียว และพริกขี้หนูแห้งทอด เสิร์ฟพร้อมสะเดาที่ลวกไว้ และปลาดุกย่าง



ขอบคุณ ที่มา 📷 : ,,ภาพ Kannika eiamathirit,,,
ผัดคะน้าฮ่องกงปลากระป๋อง คะน้ากรอบสุด

วันนี้มีเมนูอร่อยง่ายๆ มาฝากกันอีกแล้วจ้า ทำง่าย หาซื้อวัตถุดิบง่าย โอ้ยเริ่ด เมนูนี้ก็คือ “ผัดคะน้าฮ่องกงปลากระป๋อง” นั่นเองบอกเลยว่านอกจากจะทำง่ายแล้วยังรับทานอร่อยอีก ให้อารมณ์ร้านอาหารหรูๆนิสนึง ที่สำคัญเมนูนี้ไม่ได้ไก่กานะจ๊ะ ได้โปรตีนจากเนื้อปลาเน้นๆ รวมกับผักคะน้าที่มีประโยชน์ เขียวเชียวสีสันน่ารับประทาน รสชาติเข้มข้น บอกเลยว่าอร่อยและมากประโยชน์อีกด้วยนะเออ อะๆ พร้อมแล้วไปดูสูตรกันเลย ป่ะลุย!


ไม่รอช้าไปเริ่มกันเลย
1.นำคะน้าไปลวกให้สุกในน้ำเดือด คือดูนะจ้ะให้คะน้าสีเขียวสวยงามก็ตักพักไว้ก่อน อย่ารอให้เขียวเข้มนะจ้ะ เดีียวจะไม่น่ารับทาน
2.ต่อมานำกระเทียมสับและพริกไปผัดๆๆ ในกระทะ จนได้กลิ่นหอมฉุยเตะจมูก ตามด้วยปลากระป๋องพระเอกของเรา ปรุงรสด้วย น้ำมันหอย ซอสปรุงรส พริกไทยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมม และน้ำเปล่า ผัดๆให้เข้ากันทิ้งไว้สักพัก พอได้ที่ก็นำคะน้าฮ่องกงที่เราลวกไว้ใส่ลงไปเลยจ้า ผัดๆให้เข้ากัน แค่นี้พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า

วัตถุดิบและส่วนผสมดังนี้จ้ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
พริก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย 1 ช้อนชา
คะน้าฮ่องกง 500 กรัม
ปลากระป๋อง 2 กระป๋อง
แจกสูตรห่อหมกปลา สูตรทำง่ายเนื้อไม่เละ อร่อยเข้มข้นถึงเครื่องแกง




          ห่อหมกปลา อาหารไทยเนื้อนุ่มฟู เข้มข้นเต็มรสเครื่องแกง เห็นแล้วน้ำลายหก จับใส่กระทงใบตอง นึ่งสด ๆ หอม ๆ ข้าวสวยสักหน่อยคงจะเยี่ยมไปเลย

          บ่อยครั้งที่ลองทำห่อหมกแต่พอนึ่งเสร็จเจาะออกมาน้ำนองเลยจ้า... แถมเนื้อยังเละไม่เหนียวนุ่มละมุนลิ้นเหมือนคนขายอีกด้วย อย่ายอมแพ้นะคะ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ วันนี้

 ขอนำเสนอวิธีทำห่อหมกปลาสูตรจากคุณ Rin's Cookbook (#Rinscookbook) สูตรทำง่าย น้ำไม่เจิ่ง เนื้อไม่เละ ใส่เนื้อปลาเน้น ๆ กัดไปกี่คำก็เจอ ตักข้าวสวยมารอได้เลยจ้า

 ส่วนผสม ห่อหมกปลา

            เนื้อปลาบด (ใช้ได้ทั้งเนื้อปลาอินทรี เนื้อปลากราย หรือเนื้อปลาช่อนก็ได้) 500 กรัม
            เนื้อปลาสไลซ์          200 กรัม
            น้ำพริกแกงเผ็ด        100 กรัม
            ไข่ไก่                            1 ฟอง
            น้ำตาลทราย                 4 ช้อนโต๊ะ
            น้ำปลา                       1/4 ถ้วยตวง
            กะทิ                              2 ถ้วยตวง
            แป้งข้าวเจ้า                  2 ช้อนชา
            กะหล่ำปลีซอย หรือผักกาดขาว
            ใบโหระพา
            พริกชี้ฟ้าซอย
            ใบมะกรูดหั่นฝอย
            กระทงใบตอง (กระทงใบตองแห้ง หรือถ้วย)
            หัวกะทิ (สำหรับตกแต่ง) 1/3 ถ้วย

 วิธีทำห่อหมกปลา



     
         1. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่กะหล่ำปลีหั่นฝอยลงไปให้หมดแล้วรีบตักขึ้นมาใส่น้ำเย็นด้วยความเร็ว จากนั้นหยิบกะหล่ำปลีขึ้นมาบีบน้ำออก ใส่ลงในภาชนะ เตรียมไว้

          เคล็ดลับ : สาเหตุที่ต้องบีบน้ำออกเพราะเวลาใส่เนื้อห่อหมกลงไปนึ่งจนสุก ผักจะได้ไม่ยุบตัวลง ห่อหมกจะได้ไม่ยุบตัวตาม และจะได้ไม่มีน้ำซึมออกมาจากผักทำให้ห่อหมกเละ


        2. ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไปในอ่างผสม ใส่ไข่ที่ตีแตกแล้วลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย และน้ำปลาคนให้เข้ากันจนเป็นเนื่อเดียว          



   
          3. แบ่งกะทิใส่ลงไปผสมให้เข้ากัน 
         


        4. ตามด้วยเนื้อปลาบด



         5. นวดให้เข้ากัน (นวดด้วยมือ หรือพายก็ได้ แต่ใช้มือดีกว่าจะได้สัมผัสเนื้อปลาและพริกแกงได้ดีกว่า) ค่อย ๆ เติมกะทิที่เหลือลงไปจนหมด นวดจนส่วนผสมเหนียว



         
      6. ใส่กะหล่ำปลีลวกลงไปในกระทง     



           7. ตามด้วยใบโหระพา หยอดเนื้อห่อหมกลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยเนื้อปลาสไลซ์ และหยอดห่อหมกทับลงไปปิดท้ายจนเต็มกระทง



       
           8. นำห่อหมกใส่ที่นึ่ง เอาไปนึ่งบนน้ำเดือดพล่าน ใช้ไฟกลางสูงประมาณ 20 นาที



           9. นำหัวกะทิผสมแป้งข้าวเจ้าคนให้เข้ากัน หรือนำเข้าไปในไมโครเวฟประมาณ 40 วินาที แต่พอครบ 20 วินาทีให้เอาออกมาคนก่อนครั้งหนึ่ง หรือจะเอาไปนึ่งก็ได้ค่ะ



           10. เมื่อห่อหมกครบเวลา 20 นาทีแล้ว หยอดหัวกะทิลงไปบนหน้าห่อหมก ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดงซอยและใบมะกรูดหั่นฝอย



           11. นำห่อหมกไปนึ่งต่ออีก 5 นาที ตักออกมาใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

         อูย… เห็นแล้วหิวจริง ๆ กับห่อหมกปลา อีกเมนูอาหารไทยยอดนิยม ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เต็มอิ่มไปกับเนื้อปลาและรสชาติเข้มข้นของน้ำพริกแกง ถ้าไม่มีกระทงก็ใช้ถ้วย หรือชามก็ได้ค่ะ ถ้าทำเยอะแบ่งปันเพื่อนบ้านได้นะคะ จะได้อร่อยด้วยกัน
 หลุดแน่นอน คราบดำๆ บนกระทะ ด้วยของ 5 อย่างในครัว


  “ก้นกระทะดำ” ที่หลายๆคนคงจะเครียดว่าทำไมคราบดำๆ ที่ติดก้นกระทะเนี่ย ทำไมมันถึงเอาออกยากเย็นนัก แบบว่าขัดยังไงก็ไม่ออกมันเหมือนกระทะสกปรกยังไงก็ไม่รู้ วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการขัดในแบบที่ว่าหลุดออกมาเป็นแผ่นเลย  อย่ารอช้าเลยค่ะ ลองไปดูกันดีกว่าว่าเค้าทำกันยังไง

1. เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู งานนี้ต้องพึ่งตัวช่วยเด็ด ๆ อย่างเบกกิ้งโซดาแล้วล่ะ นำเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง มาผสมกับน้ำส้มสายชูให้เป็นเนื้อครีมเข้มข้น จากนั้นทาที่ก้นกระทะ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วค่อยขัดออกด้วยการเพิ่มเบกกิ้งโซดาลงไป 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำส้มสายชูอีก 2 ช้อนโต๊ะ เท่านี้กระทะของคุณก็จะสะอาดเอี่ยม


2. มันฝรั่ง วัตถุดิบอาหารอย่าง มันฝรั่ง ก็ช่วยทำความสะอาดรอยไหม้ที่ก้นกระทะได้เช่นกัน ก่อนอื่นโรยเบกกิ้งโซดาลงที่ก้นกระทะให้ทั่ว จากนั้นนำมันฝรั่งที่หั่นครึ่งมาขัดให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออก


3. ซอสมะเขือเทศ บ้านไหนที่นิยมใช้กระทะชนิดทองแดงก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะแค่ทาซอสมะเขือเทศลงไปที่ก้นกระทะให้ทั่ว ทิ้งไว้ 10 นาที หรือถ้ารอยไหม้นั้นเยอะมากเป็นพิเศษก็ปล่อยทิ้งไว้อีกสักพัก แล้วค่อยขัดออก กรดในมะเขือเทศก็จะทำให้รอยไหม้ออกอย่างง่ายดาย


4. น้ำร้อนและเบกกิ้งโซดา หากกระทะเปื้อนรอยไหม้ทั้งด้านในและด้านนอก เทน้ำร้อนและเบกกิ้งโซดา 4-5 ช้อนโต๊ะลงในกะละมัง คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นแช่กระทะทิ้งไว้ประมาณ 30-50 นาที แล้วค่อยนำขึ้นมาขัดอีกครั้ง

5. ครีมออฟทาร์ทาร์ อีกหนึ่งวัตถุดิบอาหารในครัวที่ช่วยทำความสะอาดก้นกระทะได้ดีไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ครีมออฟทาร์ทาร์ ให้นำมาโรยบนก้นกระทะประมาณ 3 ส่วน แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำเปล่าตามลงไปอีก 1 ส่วน ถูส่วนผสมให้ทั่ว ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วใช้ฟองน้ำขัดคราบไหม้ออกให้หมด



เนื่องจากปัจจุบันนี้แทบทุกบ้านต้องมี ไมโครเวฟ  ไว้แค่อุ่นอาหาร  แต่ความจริงแล้ว ไมโครเวฟ ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่หลายคนจยังไม่รู้  ซึ่งบอกเลยว่าบางเรื่องก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าใช้ไมโครเวฟทำได้ ลองไปดูกันว่ามีเรื่องไหนบ้างที่คุณอาจจะยังไม่รู้..


ไมโครเวฟ สารพัดประโยชน์ ไม่ได้มีประโยชน์แค่อุ่นอาหาร

1.เตรียมถั่วใน 10 นาทีให้เหมือนแช่น้ำข้ามคืน

          สำหรับคนที่ต้องการปรุงอาหารด้วยถั่ว และจำเป็นต้องแช่น้ำข้ามคืน แต่ปรากฏว่าลืมแช่ถั่วทิ้งไว้ ก็ไม่เป็นไรเพราะสามารถทำให้เสร็จได้ภายใน 10 นาที เริ่มจากนำถั่วเทใส่ถ้วย ตามด้วยเบกกิ้งโซดาเล็กน้อย และน้ำเทให้มิดถั่ว จากนั้นนำไปอบด้วยไฟแรงสูง 10 นาที เสร็จแล้วนำออกมาทิ้งไว้ด้านนอกต่ออีก 30-40 นาที เท่านี้ก็สามารถนำไปปรุงอาหารได้ตามสูตรแล้ว

2.เปลี่ยนขนมปังแข็งให้นิ่มน่ารับประทาน

          สำหรับขนมปังแข็ง ๆ ก็สามารถทำให้กลับมามีเนื้อขนมปังที่นุ่มนิ่มได้ โดยการห่อขนมปังด้วยกระดาษชำระอเนกประสงค์ชุบน้ำเอาไว้ จากนั้นนำไปอบในไมโครเวฟต่ออีก 10 วินาที สามารถทำซ้ำได้เท่าที่จำเป็น และควรเช็กเนื้อขนมปังทุกครั้งที่นำออกจากเตาว่า เนื้อขนมปังนิ่มอย่างที่ต้องการแล้วหรือยัง

3.ปอกเปลือกกระเทียมเสร็จในพริบตา

      สามารถปอกกระเทียมได้เร็วกว่าเคย เพียงแค่นำกลีบกระเทียมที่ถูกแยกออกจากหัวแล้วไปอบในไมโครเวฟประมาณ 15 วินาที ความร้อนจากไมโครเวฟก็จะช่วยทำให้ความชื้นระหว่างเปลือกกับเนื้อกระเทียมหายไปจนเกิดเป็นช่องอากาศ และทำให้เปลือกหลุดออกจากกระเทียมง่ายขึ้นนั่นเอง


4.นำอาหารอบในไมโครเวฟโดยไม่ระเบิด

          พวกวัตถุดิบทำอาหารประเภทที่มีเปลือกบาง เช่น มะเขือเทศ แตงกวา หรือมันฝรั่ง มักจะระเบิดตัวระหว่างนำไปอบในไมโครเวฟ สามารถแก้ไขได้โดยใช้ของปลายแหลมจิ้มที่ผิวของผัก ผลไม้ก่อนนำเข้าไมโครเวฟ เพื่อให้น้ำด้านในระเหยออกมา ช่วยป้องกันไม่ให้ผัก ผลไม้ ระเบิดในไมโครเวฟได้ดีทีเดียว

5.อบแห้งอาหารได้ด้วยตัวเอง

          สำหรับการอบแห้งพวกพืชผักสมุนไพร แต่ยังอยู่ในสภาพดีน่ารับประทานสามารถทำได้ โดยนำพืชผักสมุนไพรที่ต้องการห่อด้วยกระดาษชำระอเนกประสงค์ แล้วปรับไมโครเวฟไปที่ความร้อนระดับสูง จากนั้นนำของที่ต้องใช้เข้าไปอบประมาณ 2-4 นาที

6.คั้นน้ำมะนาวให้ได้เยอะขึ้น

          หากต้องการคั้นน้ำจากมะนาวหรือเลมอนให้ได้มากขึ้น ก็แค่นำมะนาวหรือเลมอนไปอบในไมโครเวฟด้วยความร้อนสูงประมาณ 20-30 วินาที เพียงเท่านี้ก็จะสามารถคั้นน้ำได้ง่ายขึ้น แถมยังได้น้ำในปริมาณที่เยอะกว่าเดิมด้วย


7.ทำผ้าชุบน้ำร้อนโดยไม่ต้องต้มน้ำ

          หากต้องการผ้าชุบน้ำร้อน แต่ไม่อยากจะต้มน้ำร้อน ก็แค่นำผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำพร้อมกับบิดผ้าให้หมาด ๆ แล้วนำไปอบในไมโครเวฟด้วยความร้อนสูงประมาณ 1 นาที ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เอาไปเช็ดตัวผู้ป่วยได้

8.แสตมป์เจ้าปัญหาหลุดจากซองจดหมายอย่างง่ายดาย

          แสตมป์เจ้าปัญหาที่มักจะทำให้จดหมายเสียหายระหว่างที่ทำการลอกกาวออก สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยหยดน้ำลงบนแสตมป์ 2-3 หยด แล้วนำไปอบในไมโครเวฟประมาณ 20 วินาที เพียงเท่านี้ แค่ใช้มือดึงเล็กน้อยเจ้าแสตมป์ก็จะหลุดออกจากซองจดหมายอย่างง่ายดายแล้ว

9.คืนน้ำผึ้งสู่สภาพเดิม

          ส่วนน้ำผึ้งที่ตกผลึกจนกลายเป็นก้อนแข็ง ๆ สามารถทำให้น้ำผึ้งกลายสภาพกลับมาเป็นของเหลวเหมือนเดิมได้ โดยเปิดฝาขวดน้ำผึ้งออก แล้วนำไปอบในไมโครเวฟด้วยความร้อนระดับกลางประมาณ 2 นาทีเท่านั้น

10.เนื้อปลาสุกกำลังดีไม่แข็งหรือแห้งเกินไป

          ความลับของการทำให้เนื้อปลาสุกกำลังดี เนื้อปลาไม่แข็งหรือแห้งเกินไป อยู่ที่การนำเนื้อปลาออกจากไมโครเวฟ ในขณะที่เนื้อปลาอยู่ในช่วงระหว่างกึ่งสุกกึ่งดิบนิด ๆ แล้วปล่อยให้ความร้อนที่เหลืออยู่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในเนื้อปลาส่วนอื่น ๆ ระหว่างรอนำไปตั้งโต๊ะนั่นเอง

11.ปอกหอมใหญ่ง่าย ๆ และไม่เสียน้ำตา

          หากไม่อยากเสียน้ำตาให้กับหอมใหญ่อีกต่อไป ให้ตัดขั้วหอมใหญ่ออกก่อน แล้วค่อยนำไปอบต่อในไมโครเวฟด้วยความร้อนสูงสุดประมาณ 30 วินาที หลังจากนี้อาการระคายเคืองตาในขณะหั่นหอมใหญ่ก็อาจจะมีอยู่บ้าง แต่ไม่มากเท่าที่เคยเจอมาแล้วล่ะ


12.ปอกผัก-ผลไม้ยาก ๆ ให้ง่ายได้อย่างใจ

          การปอกเปลือกผัก-ผลไม้ที่ปอกยาก ๆ คงทำให้หลายคนรู้สึกเซ็งมากทีเดียว เช่น ลูกท้อ หรือมะเขือเทศ แต่จากนี้อะไร ๆ จะง่ายขึ้น เพียงแค่นำผักหรือผลไม้ด้วยความร้อนสูงประมาณ 30 วินาที จากนั้นวางทิ้งไว้อีก 2 นาที แล้วค่อยนำออกมาปอกเปลือกเท่านั้น

13. เร่งกลิ่นวัตถุดิบให้ออกกลิ่นมากขึ้น

          สำหรับคนที่ต้องการให้เครื่องปรุง สมุนไพร หรือเมล็ดพืชต่าง ๆ มีกลิ่นหอมฟุ้งมากขึ้นก็ไม่ยากเลย แค่นำวัตถุดิบใส่ถ้วยแล้วนำไปอบในไมโครเวฟประมาณ 15 วินาที หรือจนกว่ากลิ่นจะออกแค่นั้นล่ะจ้า

14.ไข่ดาวสวยและสุกกำลังดี ใครก็ทำได้

          เริ่มจากเทน้ำเดือดลงในถ้วยที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้ ตามด้วยน้ำส้มสายชูเล็กน้อย แล้วตอกไข่ใส่ลงไป จากนั้นปิดปากถ้วยด้วยฟิล์มห่ออาหาร นำเข้าไปอบในไมโครเวฟด้วยความร้อนสูง 30 วินาที ก็ได้อิ่มกับไข่ดาวไมโครเวฟแล้ว

15.ไมโครเวฟสะอาดแค่มีน้ำต้มสุก

          สำหรับไมโครเวฟที่มีคราบอาหารติดเกรอะกรัง ให้ใช้น้ำเปล่า 1 ถ้วย ผสมด้วยน้ำส้มสายชูเล็กน้อย เข้าไปอบในไมโครเวฟประมาณ 5 นาที เพื่อให้ไอน้ำกระจายไปทั่วไมโครเวฟ เสร็จแล้วก็ยกถ้วยน้ำออกพร้อมกับใช้ผ้าหรือฟองน้ำเช็ดคราบอาหารที่ติดอยู่ในไมโครเวฟออกไป


16.ทำก้อนน้ำตาลทรายให้ร่วนดังเดิม

          ถ้าน้ำตาลทรายเริ่มจับจับกันเป็นก้อน ก็แค่ใส่กระดาษชำระอเนกประสงค์ชุบน้ำลงไปในกล่องใส่น้ำตาล จากนั้นก็ปิดฝากล่องให้สนิท เสร็จแล้วก็นำทั้งหมดไปอบในไมโครเวฟประมาณ 20-30 วินาที แค่นี้น้ำตาลทรายก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้ว


17.ไอน้ำจากกระดาษช่วยลดคราบเกรอะกรัง

          วิธีทำความสะอาดไมโครเวฟที่ทั้งเร็วและง่ายก็มีอยู่เหมือนกัน เริ่มจากนำกระดาษชำระอเนกประสงค์ชุบน้ำประมาณ 1 กำมือ ใส่เข้าไปในไมโครเวฟ และอบด้วยความร้อนสูงประมาณ 3.5 นาที ในระหว่างนี้ไอน้ำจากกระดาษชำระอเนกประสงค์ก็จะทำให้คราบแข็งค่อย ๆ อ่อนตัวลง เมื่อกระดาษอเนกประสงค์เริ่มเย็นตัว ก็ใช้กระดาษแผ่นเดียวกันนี้เช็ดคราบสกปรกในไมโครเวฟออกไป

18.ใช้ทดสอบระดับการทนความร้อนของภาชนะ

          วิธีการทดสอบว่าภาชนะชิ้นนั้นสามารถนำมาใช้กับไมโครเวฟได้หรือไม่ ก็ง่ายนิดเดียว โดยการเติมน้ำเย็นลงในภาชนะที่ระบุว่า "สามารถใช้กับไมโครเวฟได้" จากนั้นนำภาชนะที่ต้องการทดสอบใส่ตามลงไปในภาชนะชิ้นแรก แล้วนำทั้งหมดไปอบด้วยความร้อนสูง 1 นาที ถ้านำออกมาแล้วปรากฏว่า น้ำร้อนแต่ภาชนะที่ใช้ทดสอบยังเย็นอยู่ ก็แสดงว่าเป็นภาชนะที่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้นั่นเอง

19.ป้องกันขนมปังแข็งหลังการอบ

          ขนมปังที่อบด้วยไมโครเวฟมักจะดูแข็งทื่อและไม่น่ารับประทาน ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยใช้กระดาษชำระอเนกประสงค์ห่อแซนวิช โรล หรืออาหารอบประเภทอื่น ๆ ก่อนนำไปอบในไมโครเวฟ แล้วกระดาษก็จะช่วยรักษาความชื้นเอาไว้ พร้อมกับทำให้อาหารดูนุ่มนิ่มน่ารับประทาน

20. เปลี่ยนมันฝรั่งทอดกรอบให้กรุบกรอบเหมือนเพิ่งซื้อใหม่

          สำหรับขนมมันฝรั่งแผ่นอบกรอบที่เสียความกรุบกรอบไป สามารถแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้ โดยห่อขนมด้วยกระดาษชำระอเนกประสงค์ แล้วนำไปอบในไมโครเวฟสักครู่ ในระหว่างที่กำลังอบ กระดาษชำระอเนกประสงค์ก็จะดูดความชื้นออกมา และทำให้มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบของคุณกลับมาเคี้ยวอร่อยเหมือนเดิมนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook



แจกสูตรมะม่วงน้ำปลาหวาน สร้างอาชีพด้วยงบประมาณไม่เกิน1,000บาท 


ส่วนประกอบ (สำหรับน้ำตาลปี๊บ 1โล)
1. กุ้งแห้งเนื้อ 1 ขีด
2.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
3.กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม
5. หอมแดงปอกเปลือกซอย 20 หัว
6. พริกแห้งคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำสะอาด

วิธีทำ
1.โขลกกุ้งแห้งจนเนื้อฟูหรือถ้าใครจะปั่นก็ได้เเต่เนื้อจะไม่ค่อยฟู
2. เทน้ำตาลปี๊ปใส่หม้อ พร้อมตั้งไฟ
3. ละลาย กะปิ เเละ น้ำปลา ลงในหม้อ
4. เคี่ยวจนเดือด เเล้วใส่พริกป่นเเละกุ้งเเห้งตามด้วยหัวหอม
5. เติมน้ำลงไปในหม้อพอประมาณ เคี่ยวต่อจนเดือด
6. ชิมรสตามชอบ
7.ทิ้งไว้ให้เย็น เเล้วตักใส่กระปุกปิดฝา



*** ใครที่ชอบทานเผ็ด สามารถใส่พริกขี้หนูซอยเพิ่มไปได้ นะค้าา ลองทำดูค่ะ สูตรนี้ทำขายได้สบายเลย
ที่มา chumphoonut panomai

เรื่องราวการปลอมอาหารในจีนนั้นมีให้เห็นบ่อยๆในหน้าข่าวสารทั่วโลก วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวการปลอมอาหารในเมืองจีน โดยเป็นบทความจาก ดร. นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย เดิมชื่อ นิติภูมิ นวรัตน์  ซึ่งได้ตอบคำถามนี้ให้กับเพื่อนในไลน์แฟนคลับของท่านถึงการทำเป็ดให้เป็นห่านปลอมดังนี้

ตอนนั่งรถจากบึงกาฬมาหนองคาย เพื่อนคนหนึ่งไลน์มาคุยว่า

ตอนนี้เรากับแฟนอยู่กวางตุ้ง

ไกด์เพิ่งพาไปกินห่าน

ผมถามราคาทัวร์

พอทราบราคาแล้ว
ผมก็บอกว่า

ที่เพื่อนเพิ่งไปกินมานั้น

มันเป็นเป็ด ไม่ใช่ห่าน

เพื่อนบอกว่า เราโตจนอายุจะหกสิบอยู่แล้ว จะดูไม่ออกเชียวหรือ ว่าอะไรเป็นเป็ด อะไรเป็นห่าน

ผมเลยบอกว่า คอยอ่านในไลน์นะ เดี๋ยวพอถึงสนามบินอุดรแล้ว จะเล่าถึงวิธีที่ภัตตาคารจีนปลอมเป็ดเป็นห่าน แต่ขอเล่ารวมนะ เพื่อนๆ ในไลน์จะได้ทราบด้วย
ผมเล่าไปเรื่อยๆ นะครับ จนกว่าเครื่องบินจะออก คือเป็ดที่จะปลอมนั้น จะต้องคัดเฉพาะเป็ดตัวใหญ่ เพราะห่านตัวใหญ่กว่าเป็ด อร่อยกว่าเป็ด และแพงกว่าเป็ดเท่าตัว พวกทัวร์กับภัตตาคารจีนก็เลยรวมหัวกันปลอมเป็ดให้เป็นห่าน เพื่อลดต้นทุนและสร้างกำไรให้ได้มากขึ้น

พ่อครัวจีนจะแปลงหัวใจเป็ด หรือหัวใจไก่ หรือถ้าไม่มีก็เอากระดูกอ่อนของเป็ดมาเหลาและเอาสอดไปที่ใต้คางของเป็ดที่จะปลอมเป็นห่าน
จากนั้น พ่อครัวก็จะดุนหัวใจเป็ดให้ไปตั้งอยู่บนหน้าผากเป็ด เพื่อทำให้เป็ดที่จะปลอมมีโหนกเหมือนห่าน

จากนั้นก็จะใช้เหล็กแผ่นแบนๆ กด นวด ตีไปที่ก้นเป็ดให้แบนและมีขนาดใหญ่คล้ายก้นห่าน เพื่อพัฒนาเป็ดให้เป็นห่าน ที่จีนจะมีหลักสูตรที่เรียนเสียเงิน ชื่อหลักสูตรแปลงเป็ดเป็นห่าน
นอกจากนั้น ยังมีหลักสูตรเสียเงิน แปลงเนื้อแมว ให้เป็นเนื้อกระต่าย หลักสูตรปลอมข้าวจากพลาสติก หลักสูตรทำไข่ปลอม (ค่าเล่าเรียน 800 ดอลลาร์ฮ่องกง) หลักสูตรทำซาลาเปาให้ไส้ดำมะเมื่อมจากน้ำหมึก หลักสูตรแปลงเนื้อเป็ดเป็นเนื้อวัว แปลงเนื้อม้าเป็นเนื้อวัว หลักสูตรทำเนื้อวัวปลอมจากอุจจาระมนุษย์ ฯลฯ

วันหน้า ท่านอยากทราบหลักสูตรไหน ถามมาได้ครับ

เพราะผมชอบเที่ยวซอกแซก จึงต้องรู้วิชาพวกนี้ จะได้ไม่ไปซื้ออุจจาระมาทานโดยคิดว่าเป็นสเต็ก

เพื่อนไลน์ @ntp5 ท่านหนึ่งหยาบคายมาก ถามว่า อยากรู้ว่าทำขี้เป็นเนื้อวัวทำอย่างไร จะเอาไปทำให้เมียกิน ท่านต้องใช้คำว่าอุจจาระครับ

ขี้ เอ้ย อุจจาระมนุษย์ทำเป็นเนื้อเร่ิมทำได้ตั้งแต่ พ.ศ.2554 โดยการสกัดโปรตีนจำนวนมหาศาลจากโคลนส่วนที่เป็นอุจจาระของมนุษย์

เมื่อได้โปรตีนมาแล้ว ก็เอาไปเข้าความร้อนเพื่อสกัดโปรตีนเอามาทำเนื้อเทียม

แต่ที่เหมือนเนื้อวัวเป็นเพราะ..

เป็นเพราะเติมสีผสมอาหารสีแดง และเติมองค์ประกอบอีกหลายอย่าง เมื่อเอาเนื้อก้อนที่ว่าไปใส่ขนมปัง ใส่ผัก ทำเป็นแฮมเบอร์เกอร์ ก็ขายดีมาก

แฮมเบอร์เกอร์จากอุจจาระให้โปรตีนสูงถึง 63% คาร์โบไฮเดรต 25% มีอินทรีย์สาร 3% มีแร่ธาตุต่างๆ 9% ครับ

เรื่องไข่ปลอมเอาไว้คุยพรุ่งนี้ครับ มีคนที่ผมรู้จักไปทดลองเรียนมาแล้ว เพราะอยากรู้

ปลอมเนียนมาก ดูไม่ออก

ไข่จริงทีเมืองจีนใบละ 25-30 เซนต์ฮ่องกง ไข่ปลอมทำกันทีละเป็นหมื่นๆ ฟองราคาเพียงใบละ 5 เซ็นต์ฮ่องกง ผู้ผลิตเขาบอกว่าคุ้มกว่ากันเยอะครับ