ข้าวต้มซี่โครงหมู





#ส่วนผสม 2-3คน
- ซี่โครงหมู 1/2 กิโลกรัม
- รากผักชี 3 เส้น
- เกลือ ตามใจชอบ
- พริกไทย ตามใจชอบ
- ซีอิ๊วขาว ตามใจชอบ
- ตังฉ่าย กระเทีมเจียว หอมซอย ตามใจชอบ
- ข้าวสวย 1/2 ถ้วย



#ขั้นตอน
1. ตั้งโปรแกรมซุปที่หม้อหุงข้าว ใส่รากผักชี เกลือ ซี่โครง และเติมน้ำให้ท่วมกระดูกซี่โครง

2. ต้มจะเสร๋จแล้ว ตั้งโปรแกรมอุ่น ทิ้งไว้2ชั่วโมง ซี่โครงเริ่มนิ่ม เติมพริกไทย ซีอิ๊วนามใจชอบ

3. ทำข้าวต้ม: นำซี่โครงที่นิ่มได้ที่ออกจากน้ำซุป(แช่นานเดี๋ยวเปื่อยจะเละ) พักไว้โดยมีน้ำซุปเย็นท่วมอยู่ จะได้ไม่หดหรือแห้งจนเปลี่ยนสี

4. ตักน้ำซุปออกมาต้มข้าวสวยให้เริ่มพองหน่อยๆ (แต่ไม่เละ) โกยข้าวออกมาพักในชาม พร้อมหอมซอย. ผักชี ตังฉ่าย กระเทียมเจียว

5. ราดน้ำซุปร้อนๆพร้อมซี่โครงลงไป


สูตรอาหาร : cookpad
แจกสูตรทำ.. น้ำปลาร้านัวๆ แบบไม่หวงสูตร หอมอร่อยมาก





ปลาร้า นับว่าเป็นเครื่องปรุงน้ำหมักที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยรสชาติเค็มและกลิ่นเฉพาะตัว สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ไม่ว่า ส้มตำ ต้ม แกง อ่อม หรือ ทำน้ำพริกก็อร่อย เราจึงได้นำสูตรการต้มและปรุงน้ำปลาร้าแบบอร่อยๆมาฝากกัน ปลาร้าจะอร่อยหรือไม่อร่อยนอกจากการหมักแล้ว การนำมาปรุงรสและต้มให้สุกก่อนนำไปประกอบอาหารนี่แหละเคล็ดลับความอร่อยที่หลายๆคนไม่รู้ บอกเลยว่าสูตรนี้อร่อยมาก บอกละเอียดแบบไม่หวงสูตรกันเลย


ส่วนผสมสูตรน้ำปลาร้าปรุงรสต้มสุก

1. ปลาร้าใช้ทั้งเนื้อและน้ำ 1 ก.ก. ( ปลาร้าปลากระดี่จะไม่ค่อยอร่อยค่ะ ไม่ค่อยนัวกลมกล่อม เด็ดสุดจะเป็นปลาร้าตัวเล็กจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ทางเหนือค่ะ )

2. น้ำสะอาด 1 ก.ก. ( ปริมาณของน้ำที่เติมขึ้นอยู่กับคุณภาพและความเค็มของปลาร้าที่ใช้ ลองชิมดูถ้าเค็มมากไปก็เติมน้ำอีกตามชอบ )

3. กระเทียมบุบให้แตก 3 หัว (ล้างให้สะอาดใส่ทั้งหัวไม่ต้องแกะเปลือก)

4. น้ำกระเทียมดอง 100 กรัม และ กระเทียมดอง 3 หัว

5. กะปิ 150 กรัม

6. น้ำตาลปี๊ป ½ ก.ก.

7. สับปะรด 50 กรัม

8. ผงโอวัลติน 2 ช้อนโต๊ะและผงกาแฟ 2 ช้อนโต๊ะเพื่อให้สีเข้มสวยและกลิ่นหอม (สูตรดั้งเดิมใส่เม็ดกระถิ่นแก่คั่วแต่คงอาจจะหายากไปเค้าเลยมาปรับเปลี่ยน..ยังไม่เคยลองแบบใส่เม็ดกระถินคั่วค่ะ)

9. ใบหม่อนสด แก่ๆ 25 ใบ (ถ้าไม่มีใช้ชาใบหม่อนแทน 2 ช้อนโต๊ะ) หรือจะใช้ใบมะขามหรือใบกระถินแก่ๆก็ได้


 ขั้นตอนในการทำ

1. ในขั้นตอนแรกให้เรานำทุกอย่างที่เราเตรียมไว้ เทลงใส่หม้อต้ม เปิดไฟที่ระดับปานกลาง

2. ต้มเคี่ยวไปจนเนื้อปลาร้ายุ่ยดีเหลือแต่ก้าง จากนั้นให้ต้มต่อไปประมาณ 30 นาที


3. เมื่อครบเวลาแล้วให้เราปิดไฟ นำลงจากเตาและทิ้งไว้ให้เย็น

4. จากนั้นให้เรากรองเอาแต่น้ำด้วยผ้าขาวบาง เพื่อไม่ให้มีก้างตกลงไป กรอกใส่ขวด แช่ไว้ในตู้เย็น อยู่ได้เป็นเดือน


สูตรการตำส้มตำ

เคล็ดลับ : เส้นมะละกอถ้าจะให้กรอบอร่อยหลังจากสับหรือขูดเป็นเส้นแล้วให้นำไปแช่น้ำเย็นจัด หรือ น้ำแข็งสักห้าหกก้อน คลุกให้ความเย็นกระจายไปรอบๆ เส้นก็จะกรอบและตำส้มตำอร่อยมาก



วีธีการทำ

1. โขลกพริกกับกระเทียมให้พอแหลก (ส่วนตัวถ้าเป็นส้มตำชอบพริกแห้ง)

2. ใส่มะเขือเทศ มะนาว น้ำตาล มะกอก มะเขือเปราะ มะเขือเหลือง น้ำปลาร้าต้ม น้ำตาลทรายอีกเล็กน้อย น้ำมะขามเปียก ใครทานผงชูรสก็ใส่เลยค่า (ถ้าชอบเนื้อปลาร้าแบบไม่ต้มหรืออีสานเรียกเป็นต่อนๆก็ใส่ลงไปได้เลยค่า)

3. ตำเบาๆพร้อมใช้ทัพพีคนพอเข้ากันแล้วใส่มะละกอใบกระเทียมตำคลุกเคล้าเบาๆอย่าตำแรงเส้นจะช้ำไม่อร่อยค่ะ ตักใส่จานโรยหน้าด้วยเม็ดกระถิน รับรองแซ่บ



ถ้าเป็นตำขนมจี นใช้เป็นเส้นแป้งหมักและใส่พริกสดและกระเทียมเยอะหน่อยจะ หอม อร่อย นัว กว่าพริกแห้งค่ะ

Cr. ขอบคุณข้อมูลจาก : postsara , Karuna Lo ทาง Faccbook
แจ่วบองปลาร้า 💕




#ส่วนผสม
- ปลาร้านำมาสับละเอียด
- พริกแห้งคั่ว
- พริกสด/ชี้ฟ้า
- ข่าหั่น
- ตะไคร้หั่นแว่น
- ใบมะกรูดหั่นฝอย
- กระเทียมหั่น
- หัวหอมหั่น
- น้ำมะขามเปียก


#วิธีทำ
1. พริกแห้งคั่วนำมาโขลกละเอียด ส่วน ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า ตะไคร้ หัวหอม กระเทียม นำมาหั่นแล้วก็คั่วให้สุก

2. จากนั้นก็นำทั้งหมดมาโขลกรวมกันใส่พริกสดไปด้วยค่ะเพิ่มความเผ็ด รสจัดจ้าน หอมข่าคั่ว

3. โขลกละเอียดนำปลาร้าที่สับแล้วมาโขลกรวมกันอีกครั้งเติมน้ำมะขามเปียก ชิมตามชอบ ตักใส่กระปุกเก็บไว้หลายเดือน
สูตรน้ำจิ้มปลาเผา 3 สูตร  ทำกินได้ ทำขายกำไรงาม





กับเทคนิคหมดเปลือก การทำง่ายๆแสนอร่อย คุณก็ทำได้ขายได้คับ ก่อนหน้านี้ อย่าว่าแต่เคยเห็นปลาเผาเกลือ แม้แต่ชื่อปลาเผาเกลือผมก็ไม่เคยได้ยิน เพราะเมนูแบบนี้แถวบ้านผมแต่ก่อนนี้ไม่เคยมีขายมาก่อน ต่อมาก็ไปกินอีกหลายที่ มีตั้งแต่ปลาตะเพียนเผาเกลือ ปลาทับทิมเผาเกลือ กระพงเผาเกลือ และอีกสารพัดปลาเผาเกลือ แต่ละปลาก็มีความอร่อยเด็ดดวงไม่แตกต่างกันมากนัก
.

แต่ถ้าถามความชอบส่วนตัวผมชอบปลาช่อนเผาเกลือมากที่สุด แต่ไม่เคยคิดจะทำปลาเผาเกลือกินเองเลย เพราะคิดว่าน่าจะยุ่งยาก จนมาวันนี้เชฟสุรินทร์สอนเทคนิคการทำปลาเผาเกลือ ผมเลยเพิ่งถึง บางอ้อ ไหงมันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย อย่างนี้เสร็จโก๋ ได้ทำกินบ่อยๆ ไม่ต้องรอเดินทางไปเที่ยวแล้วไปหาซื้อกินเอาข้างหน้า (ปัจจุบันนี้แถวบ้านผมก็ยังไม่มีใครทำปลาเผาเกลือขาย)

ถ้าใครปิ๊งไอเดียทำขายใกล้ๆ บ้านผมน่าจะเป็นโอกาสดีนะครับ มาดูกันครับ เทคนิคการทำ ปลาเผาเกลือ บอกเทคนิคในการทำปลาเผาเกลืออย่างหมดไส้หมดพุง เขาทำกันอย่างไรบ้าง

( ส่วนประกอบและวิธีทำ ปลาเผาเกลือ )

1 . ปลาช่อนหรือปลาทับทิม 1 ตัว ล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ผ่าท้องเอาไส้และเอาเหงือกออก แต่ไม่ต้องขูดเกล็ดออกนะครับ เสร็จแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง เอาตะไคร้ 1 ต้นทุบให้พอแหลก ยัดเข้าไปในท้องปลา (ระวังอย่าแหวกท้องปลากว้างมากเกินไป จะทำให้ท้องแตก

2 . เกลือผง 1/2 กิโลกรัม ใส่กะบะอลูมิเนียม แล้วเอาปลามาตั้ง เอาเกลือทาทวนเกล็ดจากหางไปทางหัว พยายามกดให้แน่นๆ ให้เกลือแทรกเข้าไปในเกล็ดปลา ทำทั้ง 2 ด้าน เสร็จแล้วเกลือที่เหลือลูบพอกตัวปลาให้หนา

3 . เอาปลาที่พอกเกลือเสร็จแล้วไปย่างบนเตาถ่าน เทคนิคการย่างคือก่อไฟให้ติดก่อนแล้วเอาขี้เถ้ากลบให้เหลือแต่ความร้อนระอุขึ้นมา เอาตะแกรงมาตั้งบนเตา แล้วเอาตะแกรงอีก 1 อันมาวางทับ(ใช้ตะแกรง 2 อัน) ย่างปลาไปเรื่อยๆประมาณ 15 นาที พอให้เกลือเปลี่ยนสีก็กลับด้านย่างเหมือนเดิม เมื่อปลาสุกให้ลองยกดู จะรู้สึกว่าปลามีน้ำหนักเบาขึ้นมาก

4 . ปลาสุกดีแล้ว ห้ามแกะปลาออกจากตะแกรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกลือและหนังปลาหลุดติดตะแกรง ทำให้ดูแหว่งๆเป็นลายตะแกรงเลย ให้ใช้วิธีเคาะตอนที่เหล็กตะแกรงยังร้อนๆอยู่ โดยอาจจะใช้เหล็กคีบถ่านก็ได้เคาะที่ตะแกรงย่างปลาแรงๆ ปลาก็จะหลุดเด้งออกมาจากตะแกรงอย่างง่ายดาย และไม่ทำให้เกลือและหนังปลาหลุดติดตะแกรงด้วย

5 . เวลากิน กินคู่กับน้ำจิ้มสามรสหรือน้ำจิ้มแจ่ว เคียงด้วยผัก

( เทคนิคการทำ ปลาเผาเกลือ )

1 . ถ้าไม่มีเตาถ่าน ก็สามารถใช้ไมโครเวฟชนิดที่ตั้งโปรแกรมย่างได้ ก็สามารถใช้งานได้ดีเช่นกัน แต่ความหอมของเนื้อปลาจะสู้วิธีย่างด้วยเตาถ่านไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาย่างแล้วน้ำมันจากตัวปลาไหลลงไปในเตาถ่านจะมีควันลอยขึ้นมามีกลิ่นหอมน่ากินมาก และกลิ่นนี้ก็จะไปอบตัวปลาทำให้เนื้อปลามีความหอมน่ากินขึ้นมาก นอกจากนี้กลิ่นน้ำมันปลาที่หยดลงไปในเตายังสามารถเชิญชวนลูกค้าให้น้ำลายไหลด้วยความอยากกินได้เป็นอย่างดี เป็นเทคนิคง่ายๆ ในการเรียกลูกค้าที่ได้ผลดีทีเดียว

2 . เวลาจะกิน หากต้องการเก็บหนังปลาไว้ทอดกินเล่นๆ (จะออกรสมันๆเค็มๆ) ให้ใช้มีดคมๆ กรีดหนังออกจากเนื้อ แล้วค่อยแล่เนื้อปลาออกมาทาน เวลาแกะเกลืออกจากหนังปลา เกลือที่แห้งก็จะดึงเกล็ดหลุดออกจากหนังปลาด้วย ทำให้สามารถเก็บหนังไปทอดได้อย่างง่ายๆ

เห็นไหมครับ เทคนิคง่ายๆ ทีนี้ก็เหลือแต่ลงมือทำแล้วละครับ รับรองได้ว่าเนื้อปลาเผาเกลือจะหอมหวานชวนน้ำลายไหลดีทีเดียวเชียวคับ

( สูตรน้ำจิ้มปลาเผาทำขายหารายได้เสริม )

ส่วนผสมและวิธีทำน้ำจิ้มปลาเผา
น้ำจิ้มปลาเผานั้นมีหลายสูตรหากทานคู่กับเครื่องเคียงอื่นๆอย่างเช่นเมี่ยงปลาเผาซึ่งต้องทานคู่กับผักน้ำจิ้มนิยมทำเป็น 2 สูตรคือ สูตรเผ็ดและสูตรหวาน ส่วนน้ำจิ้มที่ทานคู่กับปลาเผาเกลืออาจใช้สูตรเดียวกับน้ำจิ้มเมี่ยงปลาเผารสเผ็ดหรือจะทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ได้เช่นกัน สำหรับการขายปลาเผาหรือเมี่ยงปลาเผาหารายได้เสริม แนะนำให้มีน้ำจิ้มไว้หลายๆสูตรเพราะถือว่าเป็นจุดขายอย่างหนึ่งซึ่งวันนี้เรามีมาฝาก 3 สูตร ดังนี้

( ส่วนผสมและวิธีทำน้ำจิ้มปลาเผา สูตรที่1 )

" ส่วนผสม "
1.พริกขี้หนูสวนสีแดง 100 กรัม
2.กระเทียมปอกเปลือก 100 กรัม
3.รากผักชี 3 ราก
4.น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
5.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

( วิธีทำ )
โขลกพริกขี้หนูสวนรากผักชีและกระเทียมให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำกระเทียมดองและน้ำมะนาว ชิมรสให้ได้รสที่กลมกล่อมตามชอบ (สูตรนี้นิยมทานคู่กับปลาเผาเกลือ)
...........................................................................

( ส่วนผสมและวิธีทำน้ำจิ้มปลาเผา สูตรที่2 )

" ส่วนผสม "
1.พริกขี้หนูสวนสีเขียว 100 กรัม
2.กระเทียม 50 กรัม
3.รากผักชี 5 ราก
4.ใบโหระพา 1 ก้าน
5.น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
6.เกลือป่น 1 ช้อนชา
7.น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ

( วิธีทำ )
นำพริกขี้หนูสวนสีเขียว กระเทียม รากผักชี ใบโหระพา ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นตักใส่ถ้วยปรุงรสด้วยน้ำเชื่อม น้ำมะนาวและเกลือป่น สามารถเพิ่มส่วนผสมได้ตามรสที่ชอบ
........................................................................

( ส่วนผสมและวิธีทำน้ำจิ้มปลาเผา สูตรที่3 )

" ส่วนผสม "
1.น้ำมะขามเปียก ½ ถ้วย
2.น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำตาลปีบ 100 กรัม
4.ถั่วลิสงบด (หรือถั่วตัด) ½ ถ้วย

( วิธีทำ )
นำน้ำมะขามเปียกน้ำตาลปีบและน้ำตาลผสมให้เข้ากันแล้วนำไปเคี่ยวใช้ไฟอ่อนๆชิมรสให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม เคี่ยวจนได้น้ำจิ้มมีลักษณะข้นยกลงพักไว้ให้เย็น เวลาเสิร์ฟคู่กับปลาเผาโรยหน้าด้วยถั่วลิสงบดหรือถั่วตัดบดละเอียด
เพียงเท่านี้ก็มีสูตรน้ำจิ้มปลาเผาหลากหลายสูตรไว้ทำขายคู่กับปลาเผาเพื่อหารายได้เสริมได้แล้วนะคะ
.............................................................
เครดิต : ( ขอบคุณรูปภาพสวยจากig laoyoun4693: on_ja13 pleappy
- สูตรอาหาร”สร้างอาชีพ”
กระดูกซี่โครงหมูอ่อนผัดเผ็ด


ผัดเผ็ด..เมนูคู่คนไทยมาช้านาน และก็เป็นเมนูปราบเซียนเช่นกัน การจะทำผัดเผ็ดให้ออกมาอร่อย หอม มีเคล็ดลับในขั้นตอนการผัดพริกแกง และไม่คนเนื้อสัตว์ เวลาใส่ลงไปใหม่ ๆ ท่านไดชอบทานของเผ็ด จะลองนำวิธีนี้ไปใช้ก็ได้
ส่วนผสม 
2 เสริฟ
กระดูกซี่โครงหมูอ่อน 300 กรัม
พริกแกงเผ็ด 2 ชต
ซีอิ้วขาว 1 ชต
น้ำปลา 1 ชต
ผงปรุงรสหมู 1 ชช
น้ำตาลทราย 1/2-1 ชช
ใบมะกรูดฉีก ใบหะเพราะ หรือใบยี่หร่า
วิธีทำ
หั่นซี่โครงหมูอ่อน ให้บาง ๆ ล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ
ตั้งน้ำมัน 2 ชต. ใส่พริกแกง และน้ำ 3 ชต. ลงไป
ยี และผัดด้วยไฟอ่อนให้หอม ประมาณ 10 นาที หรือจนกว่าพริกแกงจะเนียน แห้งให้เติมน้ำทีละน้อย
ใส่หมูที่หั่นลงไป เติมซีอิ้วขาวเล็กน้อย อย่าคน ให้ใช้วิธี พลิกกลับด้าน จนกว่าจะเริ่มสุก จิงคนได้
ผัดหรือรวนต่อไป 5-10 นาที หากแห้งให้เติมน้ำ
ปรุงรส ชิมตามชอบ
ใส่ใบมะกรูดและกะเพราลง ผัดพอสลด ปิดไฟตักใส่จาน
ปล. หากชอบผักก็ใส่มะเขือพวง มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว เม็ดพริกไทยอ่อน กระชาย ได้ตามต้องการ
ที่มา:ครัวสายฝน

เต้าหู้ทอด  วิธีทำ พร้อมสูตรเด็ดง่ายๆ



สูตรอาหารแนะนำสำหรับวันนี้ เราของเสนอ เครื่องจิ้ม สำหรับ เทศกาลกินเจ คือ น้ำจิ้มสำหรับเต้าหู้ทอดเจ เป็น สูตรน้ำจิ้มรสเด็ด หวานๆ หอมถั่วลิงสงคั่ว อาหารเจมีอะไรบ้าง น้ำจิ้มเจทำอย่างไร อาหารเจมีอะไรบ้าง แนะนำอาหารเจ ทำน้ำจิ้มอย่างไรให้ถูกหลักเทศการกินเจ ไม่ใส่น้ำปลา วัตถุดิบที่ทำจากสัตว์ น้ำจิ้มเต้าหู้ทอดเจ สูตรน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด เป็น สูตรน้ำจิ้ม แบบง่ายๆ เหมาะสำหรับ ทานคู่กับ เต้าหู้ทอด หรือ อาหารทอดต่างๆ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับ คนชอบทำอาหาร เมนูน้ำจิ้ม

ส่วนผสมสำหรับทำน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด

น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต้ะ
ถั่วลิลงบด 2 ช้อนโต้ะ
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
พริกแห้งป่น 1 ช้อนโต้ะ
วิธีทำน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด

คั่ว น้ำตาล และ เกลือ จน น้ำตาล เริ่มออกสีน้ำตาลก็ให้เติมน้ำเปล่าลงไป
เติม น้ำส้มสายชู เคี่ยวสักพักให้น้ำจิ้มเหนียว
พักให้เย็น เสริฟใส่ถ้วยน้ำจิ้ม โรยหน้าด้วย ถั่วลิสง และ พริกแห้งป่น น้ำจิ้มเต้าหู้ทอดเจ
เคล็ดลับการทำน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด

น้ำตาล สามารถใช้ น้ำตาลทราย หรือ น้ำตาลปี๊บ ก็ได้ แต่ หากใช้น้ำตาลปี๊บ จะมีความเข้มข้นของความหวาน มากกว่า
การเคี้ยวน้ำตาล นั้น เราต้องเคี้ยว ให้น้ำตาล เปลี่ยนสี เป็น สีน้ำตาล แต่ขั้นตอนนี้ มีความสำคัญ ต้องผสมน้ำในเวลาที่เหมาะสม หากน้ำตาลเคี้ยว ยังไม่ได้ที่ น้ำตาลปี๊บจะสีไม่สวย แต่ถ้านานเกินไป น้ำตาลจะไหม ทำให้น้ำตาลรสขม หากน้ำตาลไหม้ ถือว่า เสีย ต้องเคี้ยวน้ำตาลใหม่
สำหรับ น้ำตาลสำหรับ เมนูน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด ไม่แนะนำให้ใส่ ซอสดำ เพื่อให้ สีของซอสดำขึ้น เนื่องจาก น้ำซอสดำ จะทำให้รสชาติเปลี่ยน
ถั่วลิสงคั่ว สำหรับทำน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด ให้ใช้ถั่วลิสงค์ คั่วเอง คั่วใหม่ๆ ทุกวัน จะได้ ถั่วที่ สะอาด และหอม ทำให้ น้ำจิ้มเต้าหู้ทอด อร่อยมากขึ้น
เกลือ จะช่วยให้ น้ำเชื่อม มีความกลมกล่อม การเคี้ยวน้ำตาล อย่างเดียว รสชาติของความหวาน อย่างเดียว จะทำให้เกิดความรู้สึก หวานเกินไป เคล็ดลับความอร่อยของน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด คือ เกลือ แต่ ไม่ให้ใส่เกลือมากเกินไป ให้ใส่พอประมาณ เพียงแค่ให้เกิดความกลมกล่อม เท่านั้น
สูตรน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด สามารถ ใช้เป็น เครื่องจิ้ม กับอาหารได้ หลายเมนู เช่น เกี๊ยวทอด ปอเปี๊ยะทอด กุ้งชุบแป้งทอด หรือ ปอเปี๊ยะสด น้ำจิ้มหวานๆ หอมถั่วคั่ว เป็น เอกลักษณ์ของน้ำจิ้มเต้าหู้ทอด